racing-club.net

Author Topic: Living on A Prayer....  (Read 48721 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline *Aee-ViPeR-MR2*

  • Full Member All Thailand Championship Racer
  • ***
  • Posts: 206
  • +Aee-ViPeR-w/curly hair ^^+
Re:Living on A Prayer....
« Reply #30 on: December 14, 2004, 09:55:12 PM »
เอ่อออออออ พี่หย่าย จบแอบ ฮ้วนๆเลยอ่าพี่ เฮ้ยยยยย อยากอ่านต่อโคดๆเอามาลงหั้ยไวนะพี่  ;D ว่าแต่ตัวละครใหม่ >>>พี่ก้อง ขับ 3 doors สีบรอนซ์ นี่ พี่ก้องที่รู้จักป่ะเนี่ยยยย  ;D ไหนตัวละครชื่อวินอีก  ;D กั่กๆๆ

ต่อไป มี เอ๋ แน่เลย อิอิ  ;D   ;D
Quote
แว๊กกก ไม่จิงอ่ะพี่วิน ไม่มีหรอก  ;D นะๆๆ[/b]
+*~*+เอ๋ซัง+ทูจัง+*~*+ -Aee-ViPeR-AKA-Vp-ViPeR-LoVe-Two-JuNg-ViPeR-ถูก-EVISU+ViPeR-ครอบงำ!- ดริฟท์คือการควบคุมรถขณะที่รถกำลังจะอยู่เหนือการควบคุม

Offline Yai_GuMP

  • Amateur Racer
  • *
  • Posts: 25
  • I'm Cowboy From Hell
Re:Living on A Prayer....
« Reply #31 on: December 16, 2004, 02:51:28 PM »


      โอ๊~~~ผิดๆๆ

     แบงค์ต้องขับR33ดังที่ตั้งใจไว้ครับ  เขียนแล้วมึนๆขอโทษครับ

     
     เอาน่า ตัวละครนึกชื่อไม่ออก ก็ยืมๆเอาแถวนี้ละกัน แหะๆ

 

Offline Yai_GuMP

  • Amateur Racer
  • *
  • Posts: 25
  • I'm Cowboy From Hell
Re:Living on A Prayer....
« Reply #32 on: January 27, 2005, 04:52:49 AM »
      บรรยากาศในมหาวิทยาลัยที่เดียร์คุ้นเคยมาหลายปี วันนี้ทำไมทำให้เขารู้สึกอึดอัดและอึมครึมเช่นนี้ก็ไม่ทราบได้ เดียร์รู้สึกแปลกใจและตื่นเต้นหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากเอมเมื่อเช้า เรื่องแรกคือเรื่องที่มีรถซีวิคที่วิน บอกว่าสามารถเก็บเขาได้อย่างสบายๆ เรียนอยู่ที่เดียวกับเขานี่เอง และเรื่องที่สองคือแบงค์ดันไปสนใจผู้หญิงคนเดียวกับเจ้าของซีวิค3ประตูคันนั้นเสียอีก เรื่องราวลุกลามมาจนทำให้เขาต้องลองวิ่งกับ3ประตูคันนั้นในคืนนี้อย่างเลี่ยงมิได้ เพราะแบงค์ขอร้องเนื่องจากอยากเจอกับเอมอีกครั้ง และดูเหมือนแบงค์อยากให้เดียร์ได้แข่งเพราะมั่นใจว่าเดียร์จะชนะและเป็นการข่มพี่ก้อง เจ้าของ3ประตูคันนั้นด้วย ซึ่งเดียร์ไม่ชอบใจกับไอเดียนี้เท่าไหร่แต่ก็จำใจ
           ที่บรรยากาศในมหาวิทยาลัยวันนี้ดูไม่ดีคงเพราะเหมือนกับมีคู่ต่อสู้ของรถเขาอยู่ในสถานที่เดียวกันเพียงแต่ไม่เห็นหน้ากัน
ละมั้ง เดียร์คิดระหว่างดูดโอเลี้ยงอึกสุดท้ายลงท้อง และเหม่อมองไปที่เจ้าCRXสีดำทะมึนที่จอดโชว์อินเตอร์คูลเลอร์สงบอยู่ใต้ต้นกร่างบริเวณโรงอาหารของมหาวิทยาลัย

    วันนี้CRXดูแปลกๆในเงามืดของร่มไม้ มันดูเครียดและจริงจังกว่าทุกวัน เดียร์ก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกนี้ ว่าเขาไม่อยากวิ่งคืนนี้เลย เขาหยิบโทรศัพท์กดไปหาแบงค์และบ่นถึงเรื่องนี้ แต่แบงค์ที่กำลังเดินลงจากตึกเรียนกลับบอกเดียร์ให้คิดเป็นเรื่องง่ายๆไปเสีย

     "มึงคิดว่ารถเขาจะวิ่งดีกว่ารถมึงเหรอวะ ไอ้บ้า เอาน่าวิ่งขำๆไป มึงค่อยๆขับ เขาก็ขึ้นมึงไม่ได้แล้ว"
 เดียร์วางโทรศัพท์ไปเพราะดูอารมณ์แบงค์แล้วพูดยังไงก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น เขาคิดว่าน่าจะกลับไปที่หอพักและเช็ครถของตัวเองให้พร้อมเสียหน่อยดีกว่าในการวิ่งคืนนี้

Offline Yai_GuMP

  • Amateur Racer
  • *
  • Posts: 25
  • I'm Cowboy From Hell
Re:Living on A Prayer....
« Reply #33 on: January 27, 2005, 04:54:07 AM »
ในอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากหน้ามหาวิทยาลัยมากนัก มีรถคันหนึ่งถูกยกหน้ารถลอยเอาไว้ ข้างใต้มีช่างประจำอู่คนหนึ่งกำลังมุดลงไปทำไขๆอะไรซักอย่างข้างใต้ และชายคนที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างรถ มองดูช่างทำงานอย่างใจเย็น  จะเป็นใครไปเสียไม่ได้นอกจากเจ้าของรถ

          "ได้ฟลายวีลอันนี้ไป รับรอง นรกแน่มึง ไอ้ก้องเอ๊ย" เสียงเจ้าของอู่ตะโกนหยอกเจ้าของรถ3ประตูคันที่ถูกขึ้น3ขาคันนั้นอย่างอารมณ์ดี

           "โห่ พี่ แต่ทางนู้นยังไงเขาก็เทอร์โบนะ จะแรงแค่ไหนก็ไม่รู้ จริงๆอยากทำเยอะกว่านี้นะ แค่เปลี่ยนฟลายวีล ยังไม่มั่นใจยังไงไม่รู้อ่ะพี่"ก้องตอบด้วยคำพูดถ่อมตัว แต่สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ

          การเปลี่ยนฟลายวีล นักเล่นรถหลายคนคงเคยได้ยินและเคยทำมาบ้าง หลายคนเข้าใจว่า ยิ่งเบา ยิ่งดี ความคิดนี้ถูกต้อง แต่ไม่ทั้งหมด ฟลายวีล ชื่อไทยคือล้อช่วยแรง แต่มันก็กินแรงเครื่องเหมือนกันในการหมุนมัน

  ขอพูดย่อๆว่าในรถNAที่ไม่มีระบบอัดอากาศ ฟลายวีลยิ่งเบายิ่งเป็นผลดี เนื่องจากโหลดเครื่องไม่เยอะ เครื่องทำงานได้เต็มที่ ต่างจากรถเทอร์โบ ที่หากเบามากจนเกินไปจะหลายเป็นผลเสีย คือ รอบเครื่องกวาดเร็วมาก แต่รถไม่สามารถไปถึงแรงม้าสูงสุดในแต่ละเกียรืได้ทัน เนื่องจากรอบกวาดเร็วเกินไป ไม่มีแรงบิดที่จะนำพาเครื่องไปสู่แรงม้าสูงสุดนั่นเอง

           สิ่งที่ช่างกำลังใส่ลงไปในรถก้อง คือฟลายวีลไทเทเนี่ยมยี่ห้อTODAที่คนเล่นฮอนด้าหลายคนใฝ่หามาในครอบครอง น้ำหนักของมัน เพียง3.5กิโลกรัม เทียบกับของเก่าที่เคยใส่คือฟลายวีลของB16Bที่หนัก8กิโลแล้ว มันคงปล่อยม้าให้วิ่งได้เต็มตีนกว่า

           "ทางนู้นจะทำอะไรมามั่งนะ อยากรู้จริงๆ"นี่คือความคิดของก้องในขณะนั้น


Offline Yai_GuMP

  • Amateur Racer
  • *
  • Posts: 25
  • I'm Cowboy From Hell
Re:Living on A Prayer....
« Reply #34 on: January 27, 2005, 04:56:18 AM »
             เสียงโทรศัพท์ของเดียร์ดังขึ้นหลังจากที่เดียร์ทานข้าวเย็นเสร็จพอดี คือตอน3ทุ่มนิดๆ เป็นโทรศัพท์ของเอมโทรเข้ามาหาเดียร์เพื่อนัดเวลาที่เดียร์จะมาเจอกับพี่ก้อง นั่นคือเวลาเที่ยงคืน ที่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในมหาลัย เอมอยากให้ทั้งคู่ได้ลองมานัั่งคุยในบรรยากาศสบายๆกันก่อน จะได้ลดความตึงเครียดลงบ้าง ซึ่งเดียร์และพี่ก้องก็เห็นด้วย "ไม่อยากให้รู้สึกเหมือนต้องเอารถมาฆ่ากัน"พี่ก้องพูดด้วยน้ำเสียงตลกๆแทรกขึ้นมาระหว่างที่เอมพูด

              เมื่อถึงเวลานัด เดียร์และแบงค์มาถึงที่นัดเกินเวลาไปนิดหน่อย เห็นพี่ก้องและเอม นั่งรออยู่แล้ว หลังจากทักทายกันเสร็จ ก็พูดคุยเรื่องทั่วๆไปสักพัก จากนั้นจึงเข้าเรื่องรถของทั้งคู่ว่าใครทำอะไรไปบ้าง

   "ของผมไม่มีอะไรเลยพี่ เทอร์โบลูกนึง กล่องใบ ปะเก็น แต่ทำไส้แล้วแค่นั้นเอง" โหนั่นก็เยอะแล้วนะเว่ย พี่ก้องโวยวาย

    "ส่วนของพี่ก็ 20เดิมๆเลยครับ"คำพูดนี้เรียกเสียงโห่จากเดียร์และแบงค์ได้อย่างสนุกสนาน

    "กล่องไรพี่"
   
    "กล่องเดิมครับ"

    "ไม่ถูกต้องแล้วมั้งงงง บอกมาซะดีๆ "

    "อ้า กล่องเดิมแหละครับ แต่ทำรอม"

    "โฮ่ ค่อยฟังดูดี"

    แบงค์รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เมื่อเห็นเดียร์คุยกับพี่ก้องอย่างสนุกสนาน และเอมก็ร่วมวงสนทนาด้วยความรู้เรื่องรถที่อาจไม่มากแต่ก็ซึมซับมาเยอะจากทั้งพี่ชายตัวเองและพี่ก้อง   ทำให้แบงค์ไม่ค่อยชอบใจนัก

    "ถึงเวลาแล้ว ไปวิ่งเหอะ กูอยากดูแล้ว" พี่ก้องหันมาบอกเดียร์ว่าไปเลยก็ดีเหมือนกัน  แต่เดียร์ยังอิดออดเล็กน้อย

   "เดี๋ยวดิ เวลานี้หน้าถนนใหญ่รถยังเยอะอยู่นา"

   "ตี2แล้ว ไม่มีรถแล้ว มึงบ้าเหรอ ไปๆๆ"เดียร์ค่อยยอมลุกเดินตามแบงค์ไป

               

                 เดียร์นั่งในรถ บิดกุญแจสตาร์ท แชะ..ไม่ติด แชะ..ไม่ติดอีก คราวนี้เหยียบคันเร่งช่วย สตาร์ทอีกครั้ง คราวนี้ติดเป็นปกติ สงสัยอากาศเย็น เดียร์คิด พลางเหลือบมองไปที่เข็มวัดบูสต์เพื่อเช็คแวคคั่ม ปกติ เขาเหยียบคลัทซ์และขยับคันเกียร์ ขับตามรถพี่ก้อง ออกจากมหาลัยไป สู่ถนนใหญ่ ซึ่งเป็นทางตรงยาว3เลน พี่ก้องพาวนเพื่อดูทางวิ่ง และทางกลับรถ  "ยูเทิร์นนึงคงซัดได้หมด5เกียร์สบายๆ ยาวมากเลย"เดียร์บ่นคนเดียว ถึงแม้เขาจะขับผ่านถนนเส้นนี้เป็นร้อยเป็นพันครั้ง แต่เขาไม่เคยสังเกตว่ายูเทิร์นตรงนี้จะยาวขนาดนั้น

              เมื่อวนกลับมาอีกรอบ ทั้ง2จะติดไฟแดงพอดีที่ปล่อยจาก4แยก(อธิบายลำบาก ช่างมันเหอะนะ) ทั้งคู่ตกลงว่าจะใช้สัญญาณไฟจราจรเป็นตัวปล่อยรถ

              แบงค์ขับรถของเขามาจอดไว้กลางๆทาง กะระยะที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขึ้นนำ ยืนอยู่กับเอม

              เมื่อตั้งลำรถได้แล้ว จะมีเวลาชั่วครู่หนึ่งให้ได้ทำสมาธิและเบิ้ลรอบออกตัว เดียร์เอื้อมมือไปกดปุ่มE01ไปสู่โหมดเรซซิ่ง เพื่อเปลี่ยนอัตราบูสต์และการจ่ายน้ำมันของกล่อง ให้พร้อมกับการแข่ง และเริ่มเร่งรอบค้างไว้ที่4500รอบ  

               ส่วนก้อง เมื่อยกมือไหว้พระเสร็จแล้ว ก็ขยับมือซ้ายเตรียมในท่าที่จะสับเกียร์ลง2ไว้ก่อน และขยี้คันเร่งย้ำรอบเครื่องเอาไว้

         ไอ้เดียร์ทำไมมันออกรอบสูงจังวะ แบงค์ถึงกับอุทานออกมาเมื่อได้ยินเสียงรอบเครื่องของเดียร์

         มันคิดห่าอะไรวะเนี่ย

          ส่วนเอมก็ยืนทำหน้าตื่นเต้นอยู่ข้างๆ ไม่ได้พูดอะไร

      เวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่ทั้ง2นั่งอยู่ในรถ ตาจ้องไปที่เสาไฟสัญญาณจราจรที่ตอนนี้เป็นสีแดง เดียร์จ้องมันจนเหมือนจะนับได้ว่าในโคมนั้นมีหลอดLEDอยู่กี่หลอด เช่นเดียวกับก้องที่รู้สึกว่าทำไมในรถมันช่างร้อนระอุขนาดนี้

       ทันทีที่รถบรรทุกจากฝั่งขวามือจากสี่แยกคันหนึ่งชะลอและเบรค ทั้งคู่รู้ทันทีว่าต้องเพ่งสมาธิเข้าไปอีกเพราะนั่นคือสัญญาณไฟเขียวกำลังจะมาแล้ว และก็เป็นเช่นนั้น

      เมื่อไฟเขียวสว่างวาบขึ้น ผู้ที่ปล่อยคลัทซ์ดีดตัวรถออกไปก่อนคือก้อง พอปล่อยเสร็จก้องขยี้คันเร่งสวนลงไปทันที เสียงยางโหยหวนไปทั่ว พร้อมกับตัวรถที่ดีดพุ่งขึ้นนำหน้ารถเดียร์ไปก่อนด้วยพละกำลังของลิมิเต็ดสลิปชั้นดีที่ไม่ทำให้รถเป๋ไปมาต้องมานั่งแก้
อาการให้เสียเวลา

      ทางฝ่ายเดียร์ออกตัวช้ากว่าก้องไปนิดเดียวเพียงชั่วไม่ถึง1วินาที เขาเห็นหน้ารถของก้องผ่านด้านซ้ายของรถเขาขึ้นไป เดียร์พยามไม่หันไปมอง แต่จับจ้องตาอยู่ที่เข็มวัดรอบ และหูคอยฟังเสียงยาง  ถึงแม้ลิมิเต็ดสลิปของเขาจะไม่ดีเท่าก้อง แต่ด้วยยางชั้นดีที่เพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ และแม็กขอบ16ที่ใหญ่กว่าของก้อง หน้าสัมผัสมากกว่า ทำให้การออกตัวไม่ด้อยไปกว่ากัน เพียงแต่เขาออกช้ากว่าและสภาพถนนที่เขาไม่คุ้นเคยทำให้การออกตัวเสียเปรียบเล็กน้อย  

       รอบเครื่องของก้องฟาดไป7500 เสียงแผดสนั่นของระบบวีเทคลั่นออกจากปลายท่อ ฟลายวีลที่เพิ่งเปลี่ยนมา ได้ผลเกินคาด รอบฟาดเร็วมาก จนตั้งตัวแทบไม่ทัน ก้องปล่อยให้รอบไปถึง7800แล้วสับลง2ทันที

       ทางด้านเดียร์เมื่อรู้ว่าตัวเองออกตัวด้อยกว่า ก็คิดว่าต้องสู้ที่ความเร็วในการสับเกียร์ล่ะ แรงบูสต์ของเทอร์โบ ดันให้รอบเครื่องของเดียร์ฟาดไปอย่างมีพลังและดันรถของเดียร์จิกตูด3ประตูขึ้นไปได้สบาย รอบเครื่องไหลไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว7200 7500 อีกนิดน่า ขึ้นไปให้ได้อีกหน่อย ขณะนี้เดียร์กำลังจะขึ้นเทียบหัวกับ3ประตูได้ เขาพยามดันรถให้นำขึ้นไปได้อีกหน่อยด้วยรอบเครื่องที่เหลืออยู่เพียง2-300รอบเท่านั้น เพื่อที่เวลาสับเกียร์แล้วรถจะได้ดันต่อได้ ...

Offline Yai_GuMP

  • Amateur Racer
  • *
  • Posts: 25
  • I'm Cowboy From Hell
...OVER 8000.RPM....
« Reply #35 on: January 27, 2005, 04:58:26 AM »
              7800!!  นั่นคือตัวเลขที่ทั้ง2คน รอคอยให้เข็มรอบฟาดไปถึง เครื่องของเดียร์ไม่ใช่เครื่องรอบจัดเป็นนิสัย เมื่อนำมาเซ็ตเทอร์โบเข้าไป ด้วยช่วงชักที่ยาวของมัน ทำให้การลากรอบสูงๆ เป้นการเสี่ยงต่อการ"ก้านขาด" เช่นเดียวกันท่อนล่างB20Bของก้อง ก็เป็นเครื่องนิสัยเช่นนั้น ก้านบางๆนั้นเป็นข้อจำกัดในการใช้รอบ ทั้งสองจึงตั้งเกณฑ์ของเครื่องตัวเองเอาไว้ ว่า8000ตัด สับก่อนนิดนึง                       เพื่อกันไม่ให้รอบตัด

        ก้องสับ2ก่อนเดียร์รถก้องดันหนีเดียร์ขึ้นไป เกียร์ของB16Aทำไมหมดไวจัง เดียร์คิดและ ลากเกียร์1จนกล่องตัด มีแบ๊คไฟร์ออกจากท่อเวสเกตแยกเป็นลูกไฟสว่างวาบเสียงดังปัง!!ออกมา2ลูกแล้วเดียร์จึงสับเกียร์2ตามอย่างรวดเร็ว
ที่เดียร์ทำเช่นนั้นเพราะต้องการให้บูสต์ยังค้างอยู่ในเกียร์ต่อไป เมื่อสับ2ก็เห็นผล รถเดียร์ดันขึ้นไปเสมอกับก้องอีกครั้ง

        เกียร์2เริ่มทำให้ทั้งสองคิดเช่นเดียวกันว่าต้องรีบขึ้นให้ได้ ไม่งั้นโดนแน่

  เวสเกตของเดียร์คายลงพื้น เสียงมันดังสนั่นกระเทือนไปทั่วบริเวณ รถทั้ง2ตีคู่กันมา และก็ถึงจุดเครียดของทั้งสองอีกครั้ง

  ก้องสับ3ก่อนเดียร์อีกครั้งคราวนี้เดียร์ไม่ปล่อยกล่องตัด เมื่อถึงรอบ เขาสับเปลี่ยนเป็นเกียร์3อย่างตั้งใจ และรวดเร็ว เมื่อกดคันเร่งจมลงไปหมด บูสต์มาเต็มเกียร์อีกครั้ง หัวรถเริ่มนำ3ประตู ที่เสียงกำลังแผดอย่างดุดัน แต่ดูเหมือนกำลังของการดูดอากาศเองจะเหนื่อยเมื่อเจอกับรถที่มีเครื่องช่วยหายใจอย่างเทอร์โบของเดียร์

         ก้องเห็นว่ารถตัวเองถูกนำขึ้นไปครึ่งลำแล้ว เขามีความคิดหนึ่งวูบขึ้นมา มือซ้ายที่จับพวงมาลัย เตรียมละไปขยับคันเกียร์สำหรับเกียร์4

          เดียร์เริ่มโล่งอกเมื่อเห็นว่าเขานำขึ้นไปได้ เพราะหลังจาก2เกียร์แรกจะเป็นการวัดฝีมือคนขับ แต่พอเกียร์3แล้วจะเป็นการวัดกำลังเครื่องล้วนๆ สำหรับการแข่งoutlawแบบนี้ เกียร์นี้เอาแค่7500ก็พอ

          แต่รอบเครื่องของเขาใกล้7500เข้ามาทุกที แต่เสียง3ประตูยังไม่เปลี่ยนเกียร์เสียที เดียร์เริ่มรู้สึกไม่ดี

 เมื่อสับเกียร์ที่7500 ทันทีที่สับ รถก้องก็ขึ้นนำรถเขาไปทันที

               มันอะไรกันวะ!!!    เดียร์ร้องอย่างตกใจ ที่รถก้องแซงรถเขาขึ้นไปเหมือนจับหัวรถของเขาไว้แล้ว    ดันขึ้นไปยังงั้นแหละ

             ก้องหัวเราะอย่างสะใจ เกียร์เมื่อกี้ เขาลากไปจนรอบเกิน8000จึงเปลี่ยนเกียร์ เป็นการกระทำที่ฝืนเครื่องของตัวเอง แต่เพียงแค่ครั้งเดียว คงไม่เป็นอะไรมาก

             ก้องลากเกียร์4ยาวไป พร้อมด้วยเดียร์ที่ยังกดแช่ตามอย่างไม่หวังที่จะชนะ เนื่องจากทิ้งเกิน2คันรถแล้ว ถ้าเดียร์กดต่อไป เขารู้ว่ายังไงความเร็วปลายก็ต้องแซงก้องแน่ๆ แต่เราไม่ได้แข่งความเร็วปลาย จึงไม่มีประโยชนือะไร เดียร์ได้แต่ยอมรับว่ารอบนี้เขาแพ้ เมื่อก้องเห็นเดียร์แผ่วลงไป เขาจึงยก และปล่อยรถไหล เข้ายูเทิร์นเพื่อวิ่งอีกรอบ

              รอบกลับนี้ไม่มีสัญญาณไฟปล่อยตัว  พอเทียบแล้ว ต้องกะจังหวะชิงออกเอาเอง รอบนี้เดียร์ออกตัวได้ก่อน ก้องออกตามค่อนข้างช้า ผลที่ออกมาก็คือเดียร์นำอยู่เยอะมากพอสมควร ก้องจึงยกคันเร่งไปเสียก่อน ไปตัดสินเอาอีกรอบหนึ่ง  จุดเปลี่ยนของรอบนี้ คือก้องเป็นนักซิ่งที่ชินกับประสบการณ์แข่งในสนามที่มีการปล่อยตัวด้วยไฟ ชินกับกฏกติกา เพราะรอบตัวคนที่อู่และช่าง ก็เป็นนักแข่งทัวริ่งมาก่อน เขาจึงรับจุดนี้ไป ต่างจากเดียร์ที่มีแต่ประสบการณ์แบบมิดไนท์เรซซิ่งเต็มตัว คือโตมากับ71 ตัดใหม่และบางใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่อัดรถแบบแข่งเถื่อน เข้ายูเทิร์น เทียบหัว ชิงออก วางมิด บังไลน์ เดียร์เจอแต่ประสบการณ์แบบนี้ จึงค่อนข้างสบายใจ ไม่กดดัน เมื่อเจอรอบที่ไม่ต้องดูไฟออก ผิดกับก้องที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์แบบMRเท่าไหร่
« Last Edit: January 27, 2005, 05:04:33 AM by Yai_GuMP »

Offline Yai_GuMP

  • Amateur Racer
  • *
  • Posts: 25
  • I'm Cowboy From Hell
...Crash And Burn....
« Reply #36 on: January 27, 2005, 05:00:31 AM »

           แบงค์ยืนสูบบุหรี่อย่างตื่นเต้น "อีกรอบนึง" เอมหันมาบอก                     แบงค์พยักหน้ารับ

      รอบที่สามนี้ ทั้งคู่จอดที่ไฟแดงเช่นเดิม และเมื่อไฟเขียวกรากฏ ทั้งคู่ออกตัวพร้อมกัน เดียร์ใช้สมาธิทั้งหมดไปที่เท้าขวาและมือซ้าย ในการเลี้ยงคันเร่งและสับเกียร์  เมื่อเป็นเช่นนั้น รถที่มีแรงบิดและกำลังเหนือกว่า คือรถเดียร์ ก็นำก้องขึ้นไปได้อีกครั้ง

      ก้องใช้วิธีเดิม คือลากรอบเกินอีกครั้ง เพื่อพยามตีขึ้นมาเทียบเดียร์ ซึ่งก็ได้ผลดี เดียร์เห็นเป็นเช่นนั้น จึงลากเต็มเกือบ8000 เป็นผลคือเขาขึ้นนำไปได้อีกครั้งจนถึงเกียร์4ที่กดแช่ไว้ คราวนี้ก้องไม่โดนทิ้ง เดียร์ก็เช่นกัน จะละเท้าจากคันเร่งไม่ได้เด็ดขาด ขยี้มันลงไปอีก...อีก...อีก... แวบหนึ่งเดียร์รู้สึกเท้าขวาเบาๆและเขาเห็นรถพี่ก้องแซงทางซ้ายขึ้นไปนำหน้าเขา เดียร์หูอื้อฟังอะไรไม่รู้เรื่อง มองตามรถพี่ก้องไปอย่างงงๆ  และเมื่อมองมาที่วัดรอบของตัวเอง มันชี้ไปที่8000 เดียร์ลนลานควานหาคันเกียร์เพื่อรีบเปลี่ยนเกียร์ แต่ตากลับเคืองเพราะแสงที่กระพริบจากจอดิสเพลย์ของE01 ตัวเลขบูสต์กระพริบที่1.5บาร์ เดียร์เปลี่ยนเกียร์ แต่รอบเครื่องไม่ฟาดขึ้นไปเหมือนเคย หูของเดียร์เริ่มได้ยินอีกครั้ง มีเสียงดังเหมือนเม็ดทรายกระทบพื้นรถ ดังแกรกกราก ในรถเต็มไปด้วยควันสีขาว ไม่มีเสียงของท่อไอเสีย ไม่มีเสียงของเวสเกต ทั้งที่เขาเหยียบคันเร่งค้างไว้จนจม พวงมาลัยหนักอึ้ง เดียร์แตะเบรค มันแข็งเสียจนนึกไม่ออกว่าครั้งนึงมันเคยเป็นแป้นเบรคที่เหยียบได้ เขาเริ่มมองซ้ายขวา และเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
 เดียร์ประคองรถเข้าข้างทางแล้วจอดเปิดไฟกระพริบ  ไฟท้ายของรถก้องหายไปจากสายตาเขาเสียแล้ว

       
                                                   ..........................................................



Offline Yai_GuMP

  • Amateur Racer
  • *
  • Posts: 25
  • I'm Cowboy From Hell
A Scene From A Memory....
« Reply #37 on: January 27, 2005, 05:13:42 AM »
        ในวันที่อากาศเย็นสบายเช่นนี้ แบงค์ไม่อยากตื่นแต่เช้าแบบนี้เลย วันนี้ไม่มีเรียนเสียด้วย แต่ความรับผิดชอบของเขา ทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมา ล้างหน้าลวกๆ เดินไปที่ระเบียง ยืนรับแสงแดดของเช้าที่สดชื่นนั้นบนตึกอพาร์ตเม้นท์ชั้น9 ลมเย็นสบาย และจุดบุหรี่ตัวแรกของเช้าวันนั้น สูดควันแรกของบุหรี่เมนทอลไลท์เข้าไปแรงๆและพ่นออกมาช้าๆ นิโคตินในบุหรี่ ทำให้สมองเขาเริ่มทำงาน คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้

               เขาที่ยืนอยู่กับเอม มองไปที่ถนนอีกรอบเห็นแต่รถของพี่ก้องวิ่งมายูเทิร์นแล้วกลับรถมาเทียบข้างพวกเขา

 พี่ก้องเปิดกระจกข้างคนนั่ง และร้องบอกให้แบงค์ขับรถตัวเองตามเขาไปด้วย แบงค์กลับกังวลว่าเอมจะเลือกขึ้นรถใคร ในเวลาแบบนั้น  เอมไปขึ้นรถก้อง ก้องขับออกไป  แบงค์เดินไปขึ้นรถตัวเองอย่างเซ็งๆ "โธ่วีอย" และซัดตามออกไป

        เดียร์ยืนอยู่หน้ารถ กอดอกสูบบุหรี่ เขาไม่กล้าเปิดฝากระโปรงรถขึ้น เพราะยังทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่าพอจะเดาออก แต่เขาก็ไม่อยากคิดถึง

        แสงไฟหน้ารถของ3ประตูที่สาดมาแยงตา ทำให้เขาเห็นว่าก้องและเอม เข้ามาต่อท้ายรถเขาและลงมาถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง  ตามด้วยไฟซีนอนดวงใหญ่ของรถแบงค์ ที่เดินเข้ามาหาด้วยหน้าตาไม่สบอารมณ์นัก

         จากการพูดคุยกับเดียร์ ก้องพอทราบดีว่าเขารู้สึกอย่างไร ก้องขอโทษที่ขอเดียร์วิ่งและทำให้รถเดียร์ต้องพัง เอมขอโทษที่รับปากพี่ก้องว่าจะมาบอกเดียร์ให้  เดียร์ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกดีขึ้น

         ส่วนแบงค์เดินเข้ามาถามว่าไม่เปิดดูหน่อยเหรอ ว่าเป็นอะไรบ้าง เดียร์ว่าอย่าเลย ไว้ค่อยไปดูที่อู่

    "มึงขับยังไงของมึงวะ ปกติก็เห็นขับดีนี่หว่า ทำไมวันนี้เป็นเงี้ย" แบงค์พูดพลางเอาเชือกไนล่อนเส้นโต จากท้ายรถเขามาผูกกับหูลากรถเดียร์ เพื่อที่จะได้พ่วงเข้ากับskylineของเขาแล้วลากรถไปที่อู่

    "ขับยังไงวะ ยังงี้เนี่ย"เดียร์ย้อนถามด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก

     "ก็ห่วยไง สัด รถก็แรง แต่ขับโง่ชิบหาย เปลี่ยนเกียร์ประสาห่าอะไร ลากยังไม่สุดเลย เปลี่ยนแล้ว"
    แบงค์พูดแบบกระชากน้ำเสียง ฟังดูก็รู้ว่าเขาไม่พอใจที่เดียร์แพ้

     "เฮ้ย...มึงพูดอะไรวะ ไอ้แบงค์ มึงก็รู้นะ สัด ว่ากูแข่งเนี่ย เพื่ออะไร กูพังเนี่ย เพราะอะไร มึงยังพูดแบบนี้อีกเหรอ"

     "ก็ใครจะไปคิดล่ะ ว่ามึงจะโง่ขนาดขับไม่ดูบูสต์..."

    ทั้งสองคนทุ่มเถียงกันใหญ่โต ก้องและเอมมองหน้ากันอย่างลำบากใจ

      "ดูดิ๊ กูต้องลากมึงกลับกรุงเทพอีก ทิ้งไว้นี่ไม่ได้รึไงวะ น้ำมันก็ไม่ค่อยมี แถมปั๊มปิดแล้วอีก"

      "ยังไงก็ต้องลากกลับอู่ที่กรุงเทพ นครปฐมจะทำที่ไหนได้วะ หรือมึงจะลากตอนกลางวัน ลากรถกูจากนครปฐมไปเซียงกงสามย่านเนี่ยนะ รถติดตายห่า"

        จังหวะนี้ก้องพูดแทรกขึ้นมา ว่า ถ้ารถแบงค์ไม่มีน้ำมัน เดี๋ยวเอารถพี่ลากไปหรือดูดน้ำมันจากรถพี่ไปก็ได้นะครับ

      เดียร์หยุดพูดและลังเล กำลังจะหันไปถามแบงค์ว่าจะเอายังไง แบงค์นั่งนิ่งมองหน้าก้อง ในมือยังถือเชือกลากอยู่ กำลังจะผู้เข้ากับรถตัวเอง  แบงค์ยืนขึ้น และขว้างปมเชือกนั้นกับพื้นอย่างแรง และเดินหันหลังกลับไปขึ้นรถ สตาร์ทได้ก็กระชากคันเร่งออกไปทันที  เขามองกระจกหลังไปเห็นเอมวิ่งตามรถเขามา


Offline Yai_GuMP

  • Amateur Racer
  • *
  • Posts: 25
  • I'm Cowboy From Hell
...Strange Deja vu....
« Reply #38 on: January 27, 2005, 05:16:21 AM »
           นั่นคือสิ่งที่เขานึกออกเมื่อคืน และลำดับเหตุการณ์ได้  ยังมีต่อนี่หว่า ...

    แบงค์นึกต่อไปอีก เมื่อเขามาถึงที่อพาร์ตเมนท์ได้พักใหญ่ๆ มีโทรศัพท์เข้ามาขณะอาบน้ำ เอมโทรเข้ามาเป็นมิสสคอล

  เขาตัดสินใจโทรกลับด้วยความดีใจ เมื่อเอมรับ เสียงเอมไม่สดชื่นเหมือนเคย เอมบอกว่าเธออยู่ที่ชั้นล่างของอพาร์ทเมนท์

  อยากจะคุยด้วย  แบงค์บอกให้เอมขึ้นมาที่ห้อง  สักพักก็มีเสียงกริ่ง เมื่อประตูเปิด เอมก็เข้ามานั่งคุยกับแบงค์ถึงเรื่องของก้องและเดียร์เมื่อสักครู่

           พี่ก้องส่งเอมที่หอเมื่อกี๊ และวนออกไปลากรถเดียร์เข้าอู่ที่กรุงเทพแล้วทั้งค้างบ้านเดียร์ที่กรุงเทพจากนั้นตอนเช้าจะไปที่อู่ด้วยกัน และจึงกลับมานครปฐม นั่นคือแพลนที่พวกเดียร์จะทำ

           "ส่วนเอมต้องเรียนตอนเช้า เลยไม่ได้ไปด้วย นี่เอมจะมาคุยกับแบงค์ว่าทำไมทำหยาบคายแบบนั้นกับเพื่อนตัวเอง ทุกคนก็ไม่สบายใจที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นนะ"

     แบงค์เงียบไปครู่หนึ่งและพูดกลับไป ว่าแล้วทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ล่ะ รู้มั้ย?  เอมทำหน้างง ว่าทำไม

   แบงค์จึงบอกเรื่องที่เขาเกลี้ยกล่อมให้เดียร์ยอมไปแข่งกับพี่ก้อง เพื่อที่เขาจะได้มีโอกาสอยู่กับเอม ยืนคุยกับเอม และเขารู้ว่ารถเดียร์ชนะพี่ก้องแน่ๆ  ต้องการข่มพี่ก้องไปในตัว แต่เมื่อผลออกมาคือเดียร์รถพัง ก็เท่ากับแพ้ เลยไม่ตรงกับที่เขาคิดไว้  เดียร์พูดด้วยอารมณ์โมโห

       "นายมันเห็นแก่ตัวชะมัด พี่ก้องมาขอวิ่งเพราะอยากได้เพื่อนที่เล่นรถด้วยกัน ไม่ได้คิดถึงเรื่องแพ้ชนะเลย เห็นว่าพวกนายเป็นคนใช้ได้ เลยอยากรู้จักกัน ไม่คิดเลยว่านาย...." พอถึงตอนนี้ แบงค์ตะโกนสวนกลับไป

    "ก้องๆๆ อะไรๆก็ก้อง เออ ก้องมันวิเศษ เดียร์มันประเสริฐ ส่วนแบงค์แม่งเหี้ย ขี้โมโห เพื่อนกันยังด่าได้ ไม่มีอะไรดีเลย พอใจรึยัง!!"
 
       "ถ้าเป็นแบบนี้คงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว งั้นเอมกลับก่อนนะ พรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้า"

    และแบงค์ก็ทำสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุด นั่นคือ เดินเข้าไปกอดเอมดื้อๆ......(เริ่ม...ติดเรทป่าววะ)....

       เฮ้ย!! นายจะทำอะไรชั้น....

     แบงค์พยามดึงแขนเอมไว้และกอดทางข้างหลัง พยามเอาหน้าซุกตรงซอกคอ แต่เอมไม่เล่นด้วยศอกกลับเข้าดั้งจมูกอย่างแรง แบงค์ยิ่งโมโห พยามใช้กำลังดึงเอมให้ล้มลงตรงโซฟา
     แบงค์ก้มลงกดแขน เอมแหกปากร้องลั่น สักพักแบงค์เริ่มได้สติ ตอนนั้นเอมร้องไห้จนเพลียหมดแรงไปแล้ว

   ชิบหายแล้วไงกู แบงค์คิด....เอาไงดีวะ


Offline Yai_GuMP

  • Amateur Racer
  • *
  • Posts: 25
  • I'm Cowboy From Hell
...A Whiter Shade Of Pale....
« Reply #39 on: January 27, 2005, 05:25:58 AM »

            ...................นั่นคือเรื่องของเมื่อคืนที่แบงค์คิดออก เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ใครวะโทรมาแต่เช้า...แต่เสียงแปลกๆ เขาไม่เคยใช้ริงโทนเสียงนี้นี่นา เขารีบหันหน้ากลับเข้าห้อง หาที่มาของเสียงนั่น

 โทรศัพท์ของเอมหล่นอยู่บนโซฟา เบอร์ที่โชว์ขึ้นอยู่ ขึ้นชื่อว่า KONG  เขากำลังลังเลว่าจะทำยังไงกับโทรศัพท์นั้น แล้วเขาก็ตกใจจนบุหรี่หล่นจากปาก  

          เอมนอนอยู่ตรงมุมห้อง ตรงซอกตู้เสื้อผ้า ยังหลับไม่รู้เรื่อง

    ชิบหายอีกรอบ กูทำอะไรเขาไปหรือเปล่าวะเนี่ย แต่ดูเสื้อผ้าไม่ได้ยับเยินมากนี่นา เอ..คงไม่มีอะไรมั้ง ตายห่าๆ

        เสียงโทรศัพท์นั้นดังขึ้นมาอีกรอบ เอมชักรู้สึกตัว ส่งเสียงงัวเงียๆไม่เป็นภาษามนุษย์ แบงค์เหงื่อแตก ในใจคิดอยากจะเขวี้ยงไอ้โทรศัพท์นี่ไปให้ไกลๆจังเลยว่อย เลยกดปิดเสียงไปเสีย

         ขณะที่กำลังนั่งมึนว่าจะทำยังไงต่อไปดี เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก คราวนี้เป้นเสียงของเครื่องเขาเอง เป้นเบอร์ของเดียร์โทรเข้ามา

         "ไอ้แบงค์...มึงอยู่ในมหาลัยป่าววะ"เดียร์พูดน้ำเสียงเรียบๆเป็นปกติ

         "ป่าวว่ะ กูอยู่ที่ห้อง มึงมีอะไรเหรอ?" แบงค์พยายามทำเสียงให้ดูปกติ      

   "ก็ พี่ก้อง เขาโทรหาเอมเท่ไหร่ก็ไม่รับ จะโทรไปปลุก ไม่รุ้ตื่นหรือยัง เช้านี้เอมมีสอบ นึกว่ามึงเข้ามหาลัยแล้ว จะให้ดูที

   ว่าเห็นเอมมั่งมั้ย กลัวไปสอบไม่ทัน"

   "เหรอ มึงจะให้กูทำไงอ่ะ.."แบงค์เหงื่อแตกหนัก มองไปเอมที่กองอยุ่ที่พื้น

    "เอางี้ ตอนไปมหาลัย มึงต้องผ่านหอเอมใช่มะ มึงลองไปถามแม่บ้านที่หอดูได้ป่ะ ว่าเอมออกไปยัง พี่ก้องบอกว่าเอมเขาสนิทกับป้าที่ดูแลหอ ป้าน่าจะรู้"

    "อ๋อ เออ ก็ได้ เอางั้นก็ได้ ว่าแต่รถมึงเป็นไงมั่ง " แบงค์พยามเปลี่ยนเรื่อง

    " ยาวว่ะ เนี่ย รื้อออกมาแล้ว ก้านขาด ลูกแตก ปะเก็นแตก ใบเทอร์โบบิ่น เสื้อเครื่องแตก ชาฟท์ละลายเยอะอ่ะ" เดียร์ตอบเซ็งๆ

    "เอาวะ ใจเย็นๆ ของมันยังซ่อมได้เว้ย เดี๋ยวก็แรงเหมือนเดิม เดี๋ยวกูไปดูเอมที่หอให้ละกัน ถ้ายังไงเดี๋ยวกูโทร..."

     พอพูดได้ถึงแค่นี้  มีเสียงร้องโวยวายของเอมขึ้นมาจากมุมห้องด้านนั้น ร้องห้ามแบงค์ไม่ให้ทำอะไรเธอ

      "...........แบงค์ นั่นเสียงใครวะ แบงค์ ....เอมอยู่กับมึงเหรอ เฮ่ย แบงค์...แล้วเอมร้องอะไรวะ...

   
            ชิบหายแล้ว กู  แบงค์คิด พลางตัดสายโทรศัพท์ทิ้งไป  และยืนจ้องหน้ากับเอมที่เพิ่งตื่นมาเจอเขา

             และทำหน้าเบ้เหมือนจะร้องไห้
 
                                                   ..........................................................


Offline Yai_GuMP

  • Amateur Racer
  • *
  • Posts: 25
  • I'm Cowboy From Hell
...พักก่อนๆ...
« Reply #40 on: January 27, 2005, 05:37:54 AM »
     คราวนี้มายาวเลยครับ จากตอนที่แล้ว ก็คิดๆพล็อตค้างไว้ แล้วก็ลืม

 พอจะพิมพ์โพสต์์จริงๆจังๆ ก็อยากเปลี่ยนเนื้อเป็นแบบนั้น แบบนี้ คิดไว้เยอะ สุดท้ายก็เบลอ

      วันนี้ได้มานั่งหน้าคอม ในวันว่างๆ อากาศเย็น เพิ่งได้แผ่นคอนเสิร์ตของAngraกับYngwieMalmsteenมาฟัง เลยคึกๆ ประกอบกับรถของผมเพิ่งพัง
 และได้ออกจากอู่เมื่อวานนี้เอง อารามดีใจ ก็เลยเขียนถึงเรื่องรถซะหน่อย

       ตอนนี้เดียร์เครื่องพังซะแล้ว  กำลังคิดอยู่ว่าจะเปลี่ยนรถใหม่ให้เดียร์ไปเลยดีมั้ย หรือแค่เปลี่ยนเครื่องดี

        คิดว่ายังไงดีครับ ฮ่ะๆ

           ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านมากๆครับ
     เรื่องของท่านอื่นผมก็อ่านและติดตามนะครับ

                     [size=8]รักคนอ่าน[/size]
« Last Edit: January 27, 2005, 05:39:00 AM by Yai_GuMP »

Offline R-TONG

  • Amateur Racer
  • *
  • Posts: 30
  • I'm a llama!
Re:Living on A Prayer....
« Reply #41 on: January 27, 2005, 12:04:34 PM »
 ;D ;D เปลี่ยนรถไปเยย จ้าบดีค้าบอิอิ ใหญจารู้ไม้ว่าผมคือคนที่ขับตามจากเส้นวงเเหวนไปคุยด้วยที่คาลเท็ก ที่ขับ EG สีบรอน อะค้าบบ ยังรออ่านอยู่เรื่อยๆนะค้าบ

Offline Yai_GuMP

  • Amateur Racer
  • *
  • Posts: 25
  • I'm Cowboy From Hell
Re:Living on A Prayer....
« Reply #42 on: January 27, 2005, 08:26:23 PM »


  แหม รู้สิครับ คุยกันมาตั้งหลายครั้ง ยินดีที่ได้เจอตัวจริงเสียทีนะครับเหอๆ

 

 

Offline novelty

  • Amateur Racer
  • *
  • Posts: 4
  • power no darg
Re:Living on A Prayer....
« Reply #43 on: February 08, 2005, 10:27:45 AM »
ติดตามอ่านอยู่ครับ สนุกดี เอามาต่อเร็วๆนะครับ ;D ;D
อย่าให้คนแรงกว่ารถ

Win_GuMP

  • Guest
Re:Living on A Prayer....
« Reply #44 on: February 17, 2005, 04:55:59 AM »
ต่อๆๆๆๆๆๆๆๆ