racing-club.net

Author Topic: Living on A Prayer....  (Read 48722 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Yai_GuMP@ซิตี้พันม้า

  • Guest
Living on A Prayer....
« on: February 29, 2004, 07:44:22 PM »


         ขอเกริ่นนำ เพื่อบรรยากาศของเรื่องเล่าของผมสักนิดหนึ่งนะครับ

    โดยส่วนตัว ผมเป็นคนหลงใหลในเสียงเพลงเฮฟวี่เมทัลยุคพวกแฮร์แบนด์มากๆ เสียงพาวเวอร์คอร์ดกีต้าร์หนักๆ เบสแน่นๆ เสียงสแนร์ลั่นๆ และการร้องแบบแผดเสียงเต็มที่ บอกเล่าถึงความต้องการอิสระทางสังคมของยุคสมัยนั้น
อ๋อดังนั้นบรรยากาศการอัดรถในอุดมคติของผมคือ มีเสียงเพลงเฮฟวี่เมทัลอย่างSkidrowหรือPanteraประกอบไปด้วยตลอด มันเป็นเพลงที่กระตุ้นอาดรีนาลีนได้ดีในความรู้สึกผม  แต่อาจดูเชยในสมัยนี้ เพราะตอนนี้Hiphopกำลังอินเทรนด์ครับ  ฮิๆ  แต่ก็ไม่ไ้หมายความว่าผมจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องรถอเมริกันนะ เพราะเพื่อนๆคงไม่ชอบใจกัน

          เรื่องของเครื่องยนต์และตัวรถ  ถ้ามีข้อมูลทางเทคนิคผิดพลาดไป ขออภัยด้วย เพราะผมเองก็ไม่ได้ถึงขนาดเก่งกาจมากมาย เป็นเพียงคนเล่นรถมาไม่กี่ปีเท่านั้นเองครับ
 
          ลองอ่านเรื่องอัดรถเคล้าดนตรีร็อค พร้อมจิบเบียร์เย็นๆไปด้วยกันเลยนะครับ




     

Yai_GuMP@ซิตี้พันม้า

  • Guest
Eighteen And Life...
« Reply #1 on: February 29, 2004, 09:35:06 PM »


           บนถนนสายที่ทอดยาวออกไปยังจังหวัดชานเมืองกรุงเทพ กลางดึกของคืนวันหนึ่ง

   เสียงเพลงจากลำโพงหลังรถกำลังขับเสียงริฟท์กีต้าร์อันดุเดือดจากเพลงYouth gone Wild

  เดียร์ ซึ่งเป้นคนขับเองก็อดไม่ได้ที่จะโยกหัวตามเพลงไปอย่างสะใจในเนื้อหา และท่อนริฟท์อันหนักหน่วงนั้น

     "เมื่อไหร่รถกูจะเสร็จซะทีวะเนี่ย เบื่อจะตายห่า แม่งดองไว้เป้นอาทิตย์ไม่ทำให้กูซะที
  อยากเอามาอัดกะมึงจะตายอยุ่แล้ว"

    แบงค์ตะโกนแทรกเสียงเพลงขึ้นมา บ่นถึงรถคันเก่งที่เอาเข้าอู่ไปนานแล้วยังไม่ออกมาซะที

      "ทำไงได้ อู่เขางานเยอะ เอาน่าดีกว่าเขาเร่งๆแล้วเอารถมึงออกมาชุ่ยๆนะเว่ย"
 
      "เชี่ย ..แค่เปลี่ยนโบ กะจูนกล่อง มันทำอะไรนานนักหนาวะ" แบงค์ยังคงบ่นพึมพำต่อไปกับตัวเอง พลางขยับตัวไปมองข้างหลัง เพราะรู้สึกว่ามีแสงไฟสีขาวจ้าส่องมาจากข้างหลัง

      "เดียร์...ข้างหลัง"  เดียร์พยักหน้ารับ พลางเอื้อมมือไปบิดวอลุ่มของเครื่องเสียงให้เบาลงจนเกือบปิด

       ขณะนี้บรรยากาศในรถได้ยินเพียงเสียงกระหึ่มจากท่อBlitz Nurspecขนาด3นิ้วจากรถของเดียร์ และเสียงช่วงล่างดังกุกกักเล็กน้อยเท่านั้น ด้วยความเร็วเพียง80กิโลเมตร/ชั่วโมง

       ไฟสีขาวจากรถคันข้างหลัง  มาไม่เร็วมากนัก  แต่ก็ขึ้นมาเรื่อยๆ เดียร์แน่ใจว่าตัวเองวิ่งเลนซ้ายดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังประคองพวงมาลัยนิ่งๆไว้

     ทั้งสองคนนั่งเงียบเพื่อดูว่าเป็นรถอะไรที่จะขับขึ้นมาทางด้านขวา

    "3ประตูเหรอวะ...มีสปอตไลต์เล็กๆข้างล่างน่าจะใช่...

  ยังไม่ทันขาดคำ  รถคันนั้นก็เข้ามาเทียบข้าง เป็นรถซีวิคคูเป้สีดำตัดกับแม็กสีขาว  ฝากระโปรงหน้าเคฟล่าร์ ทำให้ดูดุดันขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว คูเป้คันนั้นขับมาเทียบรถเดียร์สักพัก แล้วกดขึ้นไป  เสียงวีเทคแผดลั่นชัดเจนมาก  แล้วตบเข้าซ้าย  เหมือนจงใจให้ดูสติกเกอร์ที่บ่งบอกสังกัดของตนเองด้านหลัง และอุ่ที่ทำรถของตน  

       เดียร์ยังคงรักษาความเร็วไว้ระดับเดิม คู้เป้สีดำก็ผ่อนตาม ไม่ยอมกดต่อ  

  "มันจะเอาให้ได้เลยวุ้ย  ...เอาไงเดียร์"  เดียร์ยิ้มๆ  แต่ไม่ทำอะไรขับไปเรื่อยๆ

  ซีวิคคูเป้ดูท่าทางอยากเล่นกับเดียร์มาก อาจเพราะเห็นรถเดียร์เป้นรถที่ไม่ค่อยมีใครนิยมมาแต่ง  อาจคิดว่าเป็นเครื่องเดิมทำท่อเสียด้วยซ้ำไป

       "สัดแม่งไม่เล่นกะกูวะ"วินคนขับคูเป้สีดำ  บ่นพึมพำกับตัวเอง โดยไม่สนคำห้ามปรามของสาวน้อยหน้าตาน่ารักที่นั่งมาด้วย

       วินเหยียบคลัทซ์ไว้แล้วเบิ้ลคันเร่งใส่ขณะมาเทียบข้างเดียร์ เป็นเชิงท้าทาย

    พร้อมเปิดกระจกข้างซ้าย  แล้วยกนิ้วชี้ขึ้นเป็นการบอกเดียร์  ว่า"ขอลองรอบนึง"

   เดียร์หันไปยิ้มตอบและพักหน้า ปิดกระจก  และเอื้อมมือไปกดรีโมทของProfec E01 เข้าสู่โหมดที่ตั้งไว้ ปลดจาดHighway มาเป้น"Racing."

     ค่าการฉีดจ่ายน้ำมัน และไฟจุดระเบิด ถูกปรับไว้ตามที่เดียร์จุน แน่นอน อัตราการบูสต์เทอร์โบมีหรือจะคงเดิม

     แบงค์เอื้อมมือซ้ายไปจับหูยึดด้านบน  เตรียมพร้อมกับการอัดบนถนนของเพื่อนที่รู้นิสัยกันมานาน ว่าถ้าไปไม่ได้ เดียร์ก็จะไม่ฝืน  แต่กระนั้นก็ยังต้องระวังตัว

     เดียร์สับเกียร์ลงมาเกียร์2 รอบตีขึ้นไปพร้อมกับเสียงของระบบวีเทคที่ครางกระหึ่มขึ้นมา

  พ้องกับซีวิคคูเป้ของวินที่เตรียมรออยู่แล้ว

     ไม่ต้องมีคนนับ  ดูเหมือนทั้งสองจะรู้จังหวะดีว่าควรกดคันเร่งตอนไหน  

  ขณะนั้นถนนสายนั้นกึกก้องไปด้วยเสียงท่อไอเสียที่แผดสนั่นของรถทั้งสองคันคำรามไปทั่ว
เสียงวีเทคคำรามอย่างสะใจ หากใครได้ยินคงอดใจไใ่ไหวที่จะหันไปมองแน่

     เข็มบูสต์ของเดียร์ไต่ขึ้นไปสุดที่1.2บาร์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับรอบเครื่องที่ถึงเรดไลน์ให้เดียร์ต้องสับเกียร์ทันที

     ปัง!!เสียงคลัทซ์แระแทกรถเดียร์กระโดดนำหน้าซีวิคคูเป้สีดำขึ้นไปอย่างไม่ยากเย็นนัก

  วินคนขับคูเป้เริ่มหัวเสีย  "สัดเอ๊ย  เทคเซ็ตโบนี่หว่า  ..พร้อมสับเกียร์3ตามขึ้นไปเนื่องจากรถตนเองยังไม่ได้เรียงเกียร์มาใหม่จังหวะจึงช้ากว่าเดียร์เล้กน้อย

       เสียงเวสต์เกตของเดียร์แผดสนั่น เคล้าไปกับเสียงหวีดของเทอร์โบบอลแบริ่งขนาดกำลังดีอัดอากาศเข้าสู่อินเตอร์คูลเลอร์แล้วยัดลงอินเทคที่ได้รับการขัดแต่งอย่างดีมาแล้ว เข้าห้องเผาไม้กระแทกกับลูกสุบฟอร์จราคาเรือนแสนที่เดียร์บรรจงเก็บเงินเปลี่ยนมาใช้

     ก่อเป็นกำลังที่ฉุดบอดี้อันเบาของรถเดียร์ให้ปลิวกระเด็นขึ้นไปตามแรงหมุนที่ถ่ายลงล้อหน้าทั้งสองได้แบบสบายๆ

       รูปการณ์ตอนนี้คือที่เกียร์4แล้ว ซีวิคคูเป้โดนนำไปไม่มากนัก  แต่ก็ไม่น่าสบอารมณ์เท่าไหร่สำหรับวิน ถึงเขาจะรู้แก่ใจว่าNAธรรมดาเพียงเปลี่ยนท่อนล่างเพื่อขยายความจุ โดยหวังจะได้แรงบิดมานั้น โดยมีการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ  จะสามารถรังแกเครื่องตระกูลเดียวกันแต่รุ่นเล็กกว่าตนได้สบายๆ  แต่เมื่อเจอกับวีเทคเทอร์โบของเดียร์เข้า  ถึงกับทำให้เขาหัวเสียไม่ใช่น้อย เพราะผิดจากรูปการณ์ที่หวังจะขยี้รถแต่งร่วมถนนให้เด็กสาวที่นั่งข้างๆได้เห็นว่ารถตนเองแรงเพียงใด  กลับเจอตอซะนี่...

         เมื่อเดียร์เห็นว่าคูเป้ยังคงขึ้นนำตนเองไม่ได้ จนถึงเกียร์4ปลายๆ  เดียร์จึงสับ5แล้วยกคันเร่ง  เขาไม่นิยมเล่นความเร็วปลาย เพราะมันเป้นการสร้างอันตรายให้แก่เพื่อนร่วมทางได้มากกว่าการแข่งเพียงไม่กี่เกียร์เพื่อดูแรงม้าของรถในช้วงสั้นๆ  เนื่องจากความเร็วปลายของรถเขานั้น ตัวเขาเองรู้ดีว่ามันมากจนเกินบอดี้รถจะรับไหว

         เมื่อยกคันเร่ง  คูเป้สีดำของวินก็ตามขึ้นมาทันที  วินแปลกใจที่เดียร์ยกคันเร่ง

 " มึงหยามกูเหรอไงวะ" ...กูกำลังจะขึ้ืนมึงแล้วมึงยก  ยังงี้หมายความว่ายังไงวะ ...วินตะโกนเสียงดัง

        สาวน้อยที่นั่งข้างวิน เริ่มรู้สึกกลัวเพราะวินไม่ยกคันเร่งแต่กลับขยี้ต่อไปอีกความเร็วขณะนั้นประมาณ190กิโลเมตร/ชั่วโมง นับว่ามากสำหรับเด็กผู้หญิงที่เคยนั่งแต่รถหนุ่มหล่อพ่อรวย ที่ขับรถสแตนดาร์ดนุ่มๆมารับกับไปนอนด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้นั่งรถโมิฟายที่แรงม้าสูงขนาดนี้

   "พี่วินพอแล้ว  แนนกลัว"

 วินไม่สนใจ  พยามกดคันเร่งแซงเดียร์เพื่อขึ้นไปหน้าเดียร์ให้ได้  เดียร์ลดกระจดลง  แล้วยกนิ้วโป้งให้วิน  ขณะที่วินกำลังแซงรถเขาขึ้นไป  แต่วินไม่สนใจแล้ว

    แบงคืสังเกตเห็นท่าทีไม่ดี พร้อมกัับตะโกนบอกเดียร์

 "เดียร์  เฮ่ย  ระวัง!!!..."

  เอี๊ยดดดด....!!!!......ดดด...คืดๆๆๆๆ..!!...

  วินหักหัีวรถเข้าไปเลนซ้ายของเดียร์  ตรงหน้าพอดีแล้วกระแทกเบรคแบบสุดแรงใส่เดียร์  นั่นคือท่ามาของเสียงเบรคดังสนั่นนั้น  เดียร์ระวังไว้อยู่แล้ว จึงกดเบรคแล้วตบออกขวาทันที รถออกอาการทันทีคือพอหักขวากะทันหันแล้วหักซ้ายเพื่อแต่งไลน์ให้ตรง  รถจะเป๋ด้วยโมเมนตั้มที่สำสมไว้ในรถ  จะโคลงไปมานิดหน่อย  แต่ตัวรถที่เบา  ทำใไ้ไม่มีแรงเฉื่อยมากนัก

    แต่ซีวิคคูเป้ตอนนี้สิ หลังจากกดเบรคโดยแรงแล้ว  เกิดอาการหน้าอันเดอร์และล้อล็อคขึ้นมาทันที เพราะหลังจากกระทืบเบรคแล้วในเสี้ยววินาทีนั้นวินก็กดคันเร่งต่อเพื่อหวังผลให้เดียร์เบรคหลบตนเองจนเสียหลักไปเองไม่ได้หวังให้วินมาชนรถตัว  แต่การกดให้ล้อสลิปไปนั้น เป็นการซ่าตัวเองเพราะมันบวกกับแรงอันเดอร์ของรถและล้อที่ไถลทำให้วินควบคุมรถไม่ได้เสียแล้ว


     "แม่งวางมิดเลยเหรอวะ  โคตรเหี้ยเลย!!"แบงค์ตะโกนดังลั่นด้วยความแค้น

 เดียร์ทำหน้าซีเรียส เพราะเขาเคยเจอประสบการณ์โดนวางมิดแบบนี้ตอนที่เล่นรถใหม่ๆ  ตอนนั้นเขาต้องเสียรถที่รักและคนที่เขารักไปด้วยทั้งสองสิ่งในเวลาเดียวกัน  เหตุการณ์แบบนี้จึงทำให้เขาเกิดเอฟเฟคท์บางอย่างในจิตใจขึ้นมา ต่างกันแค่ว่า ครั้งนั้นเขาโดนรถสปอร์ตที่ไม่เคยได้รู้จักหรืออัดเล่นกันเลย  มาเบรคใส่ด้วยความหมั่นไส้  และตอนนี้เขาไม่ได้เป็นผู้เสียหลักและรถมิดไป...

       ถึงตอนนี้ซีวิคคูเป้คันงาม แถข้างเข้าไปครูดกับราวกั้นขอบทางด้านข้างซ้าย สีดำแห้งช้าสวยๆ  ล้อแม็กMugen MF10L สีขาว เป้นรอยเละเทะไปหมด  และหยุดนิ่งกับขอบทางนั้น ดีที่ไม่เอาหน้าปักเข้าไป  ไม่เช่นนั้นคงเสียชีวิตทั้งคนนั่งคนขับ

      เดียร์เบรครถไว้ด้านข้างทาง ไม่ห่างจากคูเป้คันนั้นมากนัก เปิดประตูแล้ววิ่งลงไปดู  ถนนตอนนั้นเป็น4เลนแล้ว รถบรรทุกใหญ่วิ่งผ่านไปมาได้สบาย  จึงไม่น่ากลัวมากนัก

      ส่วนแบงค์โมโหด้วยโทสะ จึงหยิบอาวุธที่ใส่ไว้ในเป้สะพายของตนลงไปด้วย หวังเจรจาว่าทำไมต้องทำแบบนี้

      ปัง!!!เสียงปืนดังขึ้นมา  ก่อนที่เดียร์จะฟุบลงไปกับพื้น  และคนขับซีวิคคูเป้เปิดประตุก้าวลงมาจากรถ

      "มึงทำให้รถกูเป็นแบบนี้  ไอ้ลุกหมา  มึง..."  วินเดินมาเอาปากกระบอกปืนเล้งไปที่เดียร์ที่นอนอยุ่ที่พื้น แบงค์รีบเล็งอาวุธของตนไปทางเป้าหมาย  คือวิน

       "ทำไมมึงเหี้ยอย่างงี้วะ  อัดรถแพ้แล้ววางมิด  พอวางมิดพลาด  ก้มายิงเขาอีก  มึงนี่มันเลวจริงๆ เป็นลูกผุ้ชายป่าววะ!!" แบงค์ตะโกนระบายอารมณ์ออกมาอย่างสติขาด  เมื่อเห็นเพื่อนตนเองถูกยิงฟุบลงไปกับพื้น

        วินไม่ตอบอะไร เพราะสติยังมึนงงกับการที่รถตนเองชนเข้ากับข้างทางทำให้เกิดอาการช็อคตามหลังขึ้นมา

     แวบนึงวินหันกลับไปทางเสียงประตูรถของเขาเปิดออกมา  เป็นแนนเด็กผู้หญิงคนที่นั่งรถมากับเขา  คลานออกมาทางที่นั่งคนขับ  พร้อมกับบาดแผลเลือดแแกที่ไหล่เพราะถูกสายเบลท์บาด...

      พล่อก!!...

      "ไอ้สัด!!..."  เดียร์ลุกขึ้นมา  พร้อมกับชกเข้าไปที่หน้าวินอย่างแรงครึ่งปากครึ่งจมูก
 
 เดียร์ไม่ได้โดนยิง  เพียงแต่แกล้งฟุบลงไปเมื่อเห็นอีกฝ่ายยกกะบอกปืนเล็งมาทางตน

         หากดูตามรุปร่าง ทั้ง2คน เดียร์ออกจะเสียเปรียบอยุ่สักหน่อยแต่อาศัยที่เคยเรียนศิลปะการต่อสุ้มาเล็กน้อย  และชีวิตที่เถื่อนแบบฉบับของลูกเจ้าพ่อที่ต้องต่อสุ้กับอิทธิพลของเขาทำให้เป็นคนที่ยอมคนไม่เป็น

    เมื่อวินล้มลงไปเดียร์ไม่พูดอะไรอีก แต่ประเคนข้าไปไม่ยั้งทั้งหมัดทั้งเท้า  แบงค์รีบวิ่งเข้ามาดึงเดียร์ออกไปเพราะรู้นิสัยเดียร์ดี  ว่าตนเองเป็นคนใจร้อนโมโหง่าย  เดียร์เป็นคนใจเย็น แต่หากฟิวส์ขาดแล้ว แบงคืยังไม่ได้ครึ่งของเดียร์หรอก

     "พอแล้วเดียร์  เดี๋ยวแม่งตาย  เฮ่ย"..

  "มันทำให้แม่กูตาย  กูจะฆ่ามัน  กูจะฆ่ามัน!!!!..ไอ้เหี้ยยย.."

 "มันคนละคนกันเดียร์  มันไม่ใช่คนขับซูปร้าคันนั้นนะโว้ย"

          ..........................


       เดียร์หยุดนิ่ง  มือซ้ายจับคอเสื้อของวินที่หมดสติไปแล้ว  ง้างมือขวาค้างไว้ในอากาศ  น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว  ไม่ใช่มัน...ไม่ใช่มัน....มีแต่คำนี้ก้องอยุ่ในหัว

       แบงค์รีบลากเดียร์ขึ้นรถ  ตอนนี้เดียร์มึนงง  และเอาแต่ร้องไห้  แบงค์จัดแจงเอาน้ำมาเทราดหัวให้ได้สติขึ้นมา  แต่ดูเหมือนจะไม่ดึเท่าไหร่

       "แบงค์..."  เดียร์เอ่ยเรียกแบงค์ขึ้นมาเบาๆ

  แบงคืนั่งยองๆลงไปกับพื้น เงยหน้ามองหน้าเพื่อนที่นั่งอยู่กับเบาะรถ   โดยหันหน้าออกข้างรถด้านคนนั่ง

        "มึงต้องช่วยกูนะ ...."

     แบงค์ไม่ตอบ แต่จ้องหน้าเดียร์ด้วยสีหน้าเอาจริง แล้วพยักหน้าเล็กๆ แต่มั่นใจ

 
                แบงค์ผละจากเดียร์แล้วหยิบโทรศัทพ์มือถือขึ้นมาโทรเรียกตำรวจทางหลวง

  เล่าเหตุการณ์สั้นๆแค่ว่ามีรถเสียหลักอยุ่ตรงนี้   และแอบซุ่มดูอยู่  จนตำรวจนำคนเจ็บและลากรถที่เสียหายออกไป

       
          แบงค์สตาร์ทรถ เขาเป็นคนขับ เพราะเดียร์ไม่อยุ่ในอารมณ์ที่ควรขับรถต่อ

                    "พรุ่งนี้มึงจะไหวเหรอ  เรียนเช้านะมึง เดียร์"

      เดียร์ไม่ตอบ   ได้แต่จ้องมองถนนออกไปข้างหน้า  ผ่านกระจกหน้ารถ พร้อมกับจุดบุหรี่ขึ้นดูดแดงวาบขึ้นในความมืด และถอนหายใจแบบน่าอัึดอัดออกมา จนแบงค์รู้สึกได้ ว่าในลมหายใจนั้น          
               มันอัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้นและน่าสังเวชใจเพียงใด


                                .............................................................

       
     
     
                                                                                        To be Continued..
 

       

     

 

       
   

   

DuMP_V8

  • Guest
Re:Living on A Prayer....
« Reply #2 on: March 02, 2004, 09:41:20 AM »
เหอๆๆ ขยันจังเลยนะใหญ่ พิมพ์ซะยืดยาวเชียว
เล่นคำใช้ได้เลย เห็นภาพเลย น่าติดตามๆๆ...อิอิ
;D ;D

win civic

  • Guest
Re:Living on A Prayer....
« Reply #3 on: March 03, 2004, 12:57:30 PM »
แงๆ พี่ใหญ่ใช้ชื่อผมเปงคนเลว หุหุ

Offline *Aee-ViPeR-MR2*

  • Full Member All Thailand Championship Racer
  • ***
  • Posts: 206
  • +Aee-ViPeR-w/curly hair ^^+
Re:Living on A Prayer....
« Reply #4 on: March 04, 2004, 04:49:33 PM »
ยาวมากเลยอ่า T-T เด๋วนั่งอ่านนะคะ แหง่มๆๆ
« Last Edit: March 04, 2004, 04:49:57 PM by ><' เอ๋-FataL-\/ipeR ><' »
+*~*+เอ๋ซัง+ทูจัง+*~*+ -Aee-ViPeR-AKA-Vp-ViPeR-LoVe-Two-JuNg-ViPeR-ถูก-EVISU+ViPeR-ครอบงำ!- ดริฟท์คือการควบคุมรถขณะที่รถกำลังจะอยู่เหนือการควบคุม

Offline top

  • Full Member All Thailand Championship Racer
  • ***
  • Posts: 125
  • ขับเก่งแค่ไหนก็สู้ขับไม่ประมาทไม่ได้หรอก
Re:Living on A Prayer....
« Reply #5 on: April 06, 2004, 02:30:56 PM »
เขียนแล้วงงดีนะเพ่ ;D ;D ;D

Offline Webmasturbation

  • Group N Racer
  • **
  • Posts: 68
  • Photoshop อะครับ อิอิ
    • Community Of Altis Users
Re:Living on A Prayer....
« Reply #6 on: April 11, 2004, 02:50:23 PM »
อะ ฟังเพลงยุคเดียวกันเลยอะ


รออ่านต่ออยู่นะครับ.....เอามาลงไวๆ นะครับ   ;D

Yai_GuMP@ซิตี้พันม้า

  • Guest
Re:Living on A Prayer....
« Reply #7 on: April 29, 2004, 03:02:53 AM »


          ตอนนี้เขียนขึ้นในวันเบื่อๆของผมเอง  

  เป็นวันที่ผมไปยืนบนสะพานสูงๆแห่งหนึ่ง บนถนนนอกเมืองที่ผมคุ้นเคย  มองรถวิ่งไปมา

  และนึกเป็นฉากการอัดรถ  และเก็บเป็นไอเดียมาเขียน   ในตอนนี้อาจไม่มีเนื้อเรื่องมากมายนัก  แต่ก็เป้นคำ หรือบทสนทนาสนุกๆ เกี่ยวกับรถ  

 เกี่ยวกับคนตลกๆที่เราพบเจอได้บ่อยๆในชีวิตประจำวัน

           หลายคนถามผมว่าเดียร์ใช้รถอะไร  ผมจะบอกให้ก็ได้ครับ   มันเป็นรถในฝันของผม

 เป็นรถฮอนด้าCrx-EFหรือCrxตัวเก่านั่นเองครับ  ผมหลงใหลตัวรถคันนี้มากๆ  ด้วยเหตุผลที่บอกไม่ถูก

    เคยจะซื้อรถรุ่นนี้ครั้งหนึ่ง  ราคาน่าสนใจมาก และมันหายากมากๆ เจอที่เต๊นท์แถวบ้าน  ผมดีใจสุดๆ วันรุ่งขึ้นกำเงินไปจะดาวน์  ปรากฏว่า มีคนดาวน์ตัดหน้าไปแล้ว  เสียดายมากครับ  เจ้าCrxคันนั้นไปอยุ่ที่ใครหนอ?... เจ้าของเตนท์บอกว่าเป็นรถของน้องสาวสายฟ้า เศรษฐบุตร มาขาย

         ถ้ามีบุญสักวันผมคงได้ขับมันครับ....

           

         

 

Yai_GuMP@ซิตี้พันม้า

  • Guest
Re:Living on A Prayer....
« Reply #8 on: April 29, 2004, 03:05:41 AM »




             ประมาณเที่ยงคืนเห็นจะได้  เดียร์ไม่มีอะไรทำ  อยู่ในอารมณ์เบื่อมากๆ  เลยขับรถออกจากบ้านหวังไปอัดรถเล่น  บนถนนแถวๆหน้าบ้านเขา ...ตั้งใจว่าถ้าเจอใครก็จะอัดมั่วล่ะ  

           มันก็พอมีรถให้เล่นด้วยบ้าง โดนเขามั่ง สวนเขามั่ง  ก็ว่ากันไป  ก็พอจะแก้เบื่อได้บ้าง
พอเหนื่อย  ก็เลยแวะเข้าไปนั่งพักในปั๊มJ.T ซื้อน้ำ ดูดบุหรี่  อะไรไปตามเรื่อง  และนั่งคุยกับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักกันจากการอัดบนถนนเมื่อครู่

            ปั๊มJ.T  ใครๆก็รู้ว่าเป็นปั๊มใหญ่  คนเข้าออกมากมายตลอดคืน  โอกาสเจอรถแต่งด้วยกัน ก็มี

      มีพรีลูดสีแดง โหลดเตี้ยสุดๆเข้ามาในปั๊มคันหนึ่งพร้อมด้วยแสงไฟอลังการระยิบระยับ เต็มไปหมด  ทั้งใต้รถ ทั้งไฟหน้าแถมมีตัดหมอกเพิ่มอีก  ไฟที่ฉีดน้ำฝน และรีเลย์กระพริบเต็มคัน

      โอ้แม่เจ้า...เพื่อนใหม่ของเดียร์อุทานขึ้นมา เดียร์ก็หันไปมองหน้าเขา

       เจ้าของรถที่ลงมาเป็นเด็กวัยรุ่น2คน ผู้ชาย ท่าทางเหมือนเด็กเพิ่งได้รถมา  และพูดเสียงดังเหมือนจะอวดคนแถวนั้น  พูดเป็นทำนองว่า  รถของเรา เป็นรถสปอร์ตที่แรง  หาใครมาวิ่งเทียบไม่ได้

        "เมื่อกี๊มึงเห็นป่ะ  เซเว่นคันเมื่อกี๊แม่ง โดนกูเป็นทุ่งเลย  แม่งขึ้นไม่ได้เว่ย"

        "แล้วNSXคันเมื่อกี๊อีก  ขนาดกูออกตัวไม่ดีนะ  ยังสวนแม่งตั้งหลายลำ  กุยกแล้วหรอก แม่งถึงขึ้นกูได้"

    เดียร์ก็นึกขำ  เพราะเมื่อกี๊นี้เอง  ที่เขาออกไปอัดเล่น  ไม่ได้เห็นรถพวกที่เขาว่ามานี้เลยสักคันเดียว

  เดียร์กับเพื่อนนั่งที่เก้าอี้หน้าปั๊ม  อยุ่ห่างรถพอสมควร  แต่ก็ได้ยินที่เด็กสองคนนั้นพูดกันได้ชัดเจน

          "เฮ่ย  มึงดูCrxนี่ดิวะ  มีอินเตอร์ด้วยว่ะ"  เพื่อนคนที่นั่งพูดขึ้นมา เจ้าของรถ ก็มองมาทางรถเดียร์และเดินอาดๆวางท่าเป็นผู้รู้เต็มที่  เดินตรงเข้าไปหารถ และส่องๆ มุดๆดูที่รถ  เดียร์กับเพื่อนก็เริ่มขำ

           "โธ่มึงดูไงวะ  นี่มันอินเตอรืแขวน  "

           " มึงรุ้ได้ไง"

           "เบรคแม่ง ยังดรัมหลังอยุ่เลย  ถ้าวางเครื่องต้องเปลี่ยนแล้ว  ไม่มีใครในโลกวางเครื่องแรงแล้วใส่ดรัมหลังเหมือนเดิมหรอก"

            "อ้าวเหรอ?  แต่ข้างหน้ามันดิสก์ดูใหญ่ๆนะ  "

             "ไม่มีทาง  ของกูเบรคเบรมโบ้นะมึง"

      เดียร์เลยชะเง้อไปดูเบรคเบรมโบ้ของพรีลูดซะหน่อยว่าเป้นยังไง  มันไม่ใช่หรอก มันเป็นเบรคเดิมพ่นสีแดง

               "ตรงไหนเบรมโบ้ของมึงวะ  กูก็ว่ามันเหมือนฮอนด้าทั่วไป  เบรมโบ้มันต้องหลายพ็อตไม่ใช่เหรอ
 ที่มีเขียนเบรมโบ้ขาวๆอ่ะ"

               "โธ่มึง ของกูนี่มันรุ่นพิเศษ เบรมโบ้ผลิตให้  .."

      เพื่อนอีกคนก็ดูเหมือนเป็นลูกไล่ที่คอยตามคำของเพื่อนเจ้าของรถ   เพื่อนว่าอะไรกูว่าตาม  เฮ่อ...

                 สรุป2คนนั่นก็คงจบประเด็นรถเดียร์ไปได้แล้ว    เดียร์นั่งต่อสักพีัก  และก็ขอตัวกลับก่อน  เพื่อนใหม่ของเดียร์ บอกว่าจะนั่งเล่นอยู่ที่ปั๊มก่อนสักพัก  
 
                 ขณะที่เดียร์กำลังจะไขกุญแจเพื่อเปิดรถเข้าไปนั่ง  เจ้าของพรีลูดและเพื่อนเขา  ทำท่าเหมือนกำลังจะรีบเข้ารถ  และตามออกมา  เดียร์นึกรู้ทันทีว่าเดี๋ยวต้องมาเล่นกะเขาแน่   ก็ดี  ยิ่งเบื่อๆอยู่

           เดียร์เลยไม่รีบร้อนนัก  ขับวนไปเติมน้ำมัน  แล้วค่อยออกจากปั๊ม

     พอออกจากปั๊ม  ก็ขับแบบปล่อยไหลแล้วกด ปล่อยให็เอี๊ยดปลายเกียร์นิดๆ  

  พรีลุดคันนั้นอัดตามมาทันที  แล้วมาจี้ท้าย  เดียร์ตบออกซ้าย  พรีลูดเทียบขวา  และกดทันที

     เดียร์ปล่อยพรีลูดออกไปก่อนเพื่อดูกำลังเครื่อง  และสับ2ตาม รอบกวาด  บูสต์เต็ม  โดดขึ้นไปแปะท้ายได้อย่างไม่ยากเย็นนัก  

     ยื้อๆเข็นกันอยู่แบบนั้นพอเห็นว่าทางนั้นหนีไม่ออกแน่ๆเลยถอนคันเร่งนิดนึง  เพื่อทิ้งระยะ  และกดเต็ม  รอบกวาดถึงเรดไลน์อีกครั้ง  ถึง7800 เดียร์ สับ3พร้อมตบออกซ้ายอีกครั้ง และแซงขึ้นไป  กดเต็มจนสับ4ถึงยก  และเข้าเกียร์5  ปล่อยรถไหล ขับปกติ เป็นอันจบพิธีการเล่นในวันนีี้  สักพักพรีลุดคันนั้นค่อยตามมา  และขึ้นสะพานยูเทิร์นไป  เดียร์โบกมือเป้นเชิงทักทาย แต่เขาไม่ตอบกลับมา

     สักพักเพื่อนที่ปั๊มโทรเข้ามา  บอกว่าเล่นกันเป็นไงมั่ง เดียร์เลยเล่าให้ฟัง

  เพื่อนใหม่ของเดียร์บอกว่า  พรีลูดคันนั้นวนเข้ามาในปั๊มและโวยวายกันใหญ่   หาว่าตอนที่พรีลุดกำลังจะขึ้น  เดียร์ดันยกคันเร่งเสียก่อน  พวกเขาเลยไม่ได้เก็บรถเดียร์เลย

      อย่างนี้ก็มีด้วยแฮะ  เดียร์นึกในใจ แบบขำๆ  บอกลาเพื่อนและวางสายโทรศัพท์  

  ขณะที่เดียร์กำลังเปิดไฟสัญญาณเลี้ยวซ้าย  เพื่อที่จะเลี้ยวเข้าซอยบ้านของตนนั้น

  ได้มีแสงไฟซีนอนสีขาวสว่างขนาดใหญ่  พุ่งตามหลังเขามาอย่างรวดเร็ว

   ขณะกำลังจะเลี้ยวคาหน้าปากซอยบ้าน  เดียร์หันไปทางขวาเพื่อจะดูว่านั้นคือรถอะไร  ทันทีที่เห็น  เดียร์เสียวแปลบขึ้นมาที่กระดูกซี่โครงที่เคยหักขึ้นมาทันที จนเขารู้สึกคลื่นไส้ อยากอาเจียนออกมา

         มันคือรถโตโยต้าซูปร้า  สีดำสนิท ติดสติกเกอร์สังกัดทีมใหญ่ทีมหนึ่ง ซึ่งน้อยคนจะกล้าปะทะกับทีมนี้ตรงๆ เนื่องจากชื่อเสียงความยิ่งใหญ่ ความแรงของรถ  และบารมีระดับเจ้าพ่อ

  ซูปร้าคันนั้นผ่านเดีียร์ไปอย่างรวดเร็ว เสียงเวสเกตที่แหวกอากาศและความดังของท่อไอเสีย บวกกับความเร็วระดับสองร้อยปลายๆ  ทำให้รถญี่ปุ่นบางๆของเดียร์ ถึงกับสั่นกระเพื่อมไปทั้งคัน
 
          เดียร์รีบหักหัวรถออกจากซอยกลับเข้าถนนใหญ่ทันที  และรีบกดคันเร่งตามซูปร้าคันนั้นไปอย่างบ้าคลั่ง

  แต่สุดปัญญาที่จะตามทัน รถที่กดมาด้วยความเร็วสองร้อยปลายๆ  กับรถที่เพิ่งเริ่มออกตัว  มันไม่มีทางตามขึ้นไปเทียบได้อยู่แล้ว  

           จิตใจของเดียร์ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว  สับเกียร์ผิดๆถูกๆมือไม้สั่น  ไม่ใช่เขาเพิ่งจะเจอรถแรงระดับนี้

   แต่รถคันนี้เขาเคยเห็นครั้งหนึ่ง  มันเป็นรถคันที่อยู่ในเหตุการณ์อุบัติเหตุที่ทำให้พ่อและแม่ของเขาต้องเสียชีวิต

   เดียร์พยายามกดคันเร่งจนมิด  เรียกได้ว่าถ้าทะลุพื้นเหล็กของรถลงไปได้เดียร์ก็จะทำ  แต่จนถึงตอนนี้  ไฟท้ายของซูปร้าคันนั้นหายลับไปจากกระจกหน้าของเดียร์ซะแล้ว  เดียร์หยุดรถ  ตั้งสติ หยิบขวดน้ำมาดื่มอึกใหญ่

           และวนรถกลับ  สวนเลนวิ่งเพื่อวนเข้าซอยหมู่บ้านของตน

   "เอาวะ  อย่างน้อยเราก็ได้รู้แล้ว  ว่ามันอยู่แถวนี้"   เดียร์คิด....

                                                                                                             


                      To be Continued...

               

               


               

     
 
     

Offline *Aee-ViPeR-MR2*

  • Full Member All Thailand Championship Racer
  • ***
  • Posts: 206
  • +Aee-ViPeR-w/curly hair ^^+
Re:Living on A Prayer....
« Reply #9 on: May 03, 2004, 09:37:06 PM »
โอ๊ววว พี่หย่าย แจ่มดีคะ  ;D Keep Goin I will Wait!!
+*~*+เอ๋ซัง+ทูจัง+*~*+ -Aee-ViPeR-AKA-Vp-ViPeR-LoVe-Two-JuNg-ViPeR-ถูก-EVISU+ViPeR-ครอบงำ!- ดริฟท์คือการควบคุมรถขณะที่รถกำลังจะอยู่เหนือการควบคุม

วิน civic

  • Guest
Re:Living on A Prayer....
« Reply #10 on: May 03, 2004, 11:23:00 PM »
มาเขียนต่อเร็วๆน่ะพี่

Offline top

  • Full Member All Thailand Championship Racer
  • ***
  • Posts: 125
  • ขับเก่งแค่ไหนก็สู้ขับไม่ประมาทไม่ได้หรอก
Re:Living on A Prayer....
« Reply #11 on: June 08, 2004, 04:37:28 PM »
เขียนต่อ เร็วๆนะอยากอ่านต่อ ;D ;D ;D ;D

Yai_GuMP@ซิตี้พันม้า

  • Guest
Addicted to the Rush
« Reply #12 on: July 10, 2004, 03:55:53 AM »

     ขอบคุณที่มีคนเข้ามาอ่านนะครับ เห็นตัวเลขคนที่เข้ามาอ่านแล้วชื่นใจจังครับ

  ตอนนี้ก็จะกลับมาที่เรื่องของตัวละครหลักกันเหมือนเดิม และคราวนี้ จะให้แบงค์ เพื่อนของพระเอกเรา ได้หล่อเต็มที่ซะหน่อย

  บรรยากาศของรื่องตอนนี้ หลายคนอาจอินกับมันได้ง่ายๆ เพราะเป็นบรรยากาศที่ใกล้ตัวเอาซะมากๆ สำหรับหลายๆคน

  ที่ไม่ได้มาเขียนนาน เพราะช่วงนี้เรียนหนักครับ งานส่งวันเว้นวันเลย พล่ามซะเยอะ ไปอ่านกันเลยดีกว่าครับ.... ;D

Yai_GuMP@ซิตี้พันม้า

  • Guest
Addicted to the Rush
« Reply #13 on: July 10, 2004, 03:58:13 AM »

   

       เช้าที่สดใสวันหนึ่งในช่วงฤดูหนาว ที่มหาวิทยาลัยของเดียร์  ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยทางด้านศิลปะและการออกแบบที่เดียร์รักมาก
เขาเป็นนักศึกษาปีที่4ของคณะออกแบบที่นี่ ซึ่งเมื่อมีเวลาว่าง หรือไม่มีคลาสเข้าห้องเรียน นักศึกษาหลายๆคนมักมานั่งในสวนที่เต็มไปด้วยดอกแก้ว ที่ส่งกลิ่นหอมเย็นๆไปทั่วบริเวณนั้น เพื่อพักผ่อน มองสาวๆต่างคณะ หรือเป้นที่นัดพบกันของเพื่อนในกลุ่มตัวเอง

       เดียร์กำลังนั่งคอยแบงค์ที่เอางานขึ้นไปส่งบนห้องภาควิชา  ขณะกำลังนั่งอย่างใจลอย หนังสือรถเล่มใหม่ที่เพิ่งซื้อมา ก็ถูกดึงไปจากมือ ทำให้เดียร์หลุดจากห้วงความคิดนั้น และมองตามไปหาคนที่ดึงหนังสือจากเขาไป

       "นั่นแน่ พ่อหนุ่ม มานั่งเหม่ออะไรอยู่ตรงนี้.." เจ้าของเสียงนั้นคือเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักที่หนุ่มในคณะมาตอมกันให้หึ่ง

"เฮ่ย เอามา ยังอ่านไม่จบเลย"เดียร์บ่น พลางแย่งหนังสือกลับมา แต่เธอไม่คืนให้ "ไหน หนังสืออะไรเนี่ย มีแต่รถ รถแต่งทั้งนั้นเลยนี่นา.. นี่นายแต่งรถกับเขาด้วยเหรอ " เดียร์ยังไม่ทันตอบอะไร เสียงแบงค์ก็ดังมาจากข้างหลัง

 "นี่ ยัยตอง มายุ่งอะไรกับแฟนชั้นยะ"แบงค์พูดพลางทำท่าเหมือนสาวประเภทสองเดินเข้ามา เรียกเสียงฮาจากเพื่อนๆในความทุเรศได้เป็นอย่างดี
 
  ตองคุยกับเดียร์และแบงค์ถึงเรื่องรถอย่างสนใจพลางเปิดหนังสือรถดูตามไปด้วย ปากก็ชมว่าคันนั้นสวย คันนี้ก็เท่

และจบลงด้วยคำถามสุดฮิต"เออ แล้วเขาไปแข่งที่ไหนกันล่ะรถพวกนี้น่ะ?"

  เดียร์หันไปมองหน้าแบงค์และตอบเกือบจะพร้อมกัน "ไปดูมั้ยล่ะ" แน่นอน ตองตอบว่าไป

  ตกดึกของคืนวันนั้น ทั้งหมดนัดกันว่าจะไปเจอกันที่ปั๊มน้ำมันหน้าบ้านของเดียร์ และไปรถแบงค์คันเดียว เนื่องจากราคาน้ำมันที่แพง และความคับแคบของรถเดียร์ ส่วนรถของตองก็เป็นรถซีวิคธรรมดา ถ้าขับไปดูมิดไนท์เรซซิ่ง คงไม่ได้บรรยากาศเท่าไหร่ บวกกับรถแบงค์เพิ่งเสร็จออกมาจากอู่ เจ้าตัวจึงอยากนำมาอวดเพื่อนสาวซะหน่อย

   เดียร์มาถึงที่ปั๊มเป็นคนแรก เขาจอดรถหลบไว้ริมด้านในปั๊ม ที่จะไม่เกะกะคนมาใช้บริการ เขารู้จักผู้จัดการ และคุ้นเคยกับเด็กปั๊มนี้ดี

 เดียร์ดูดบุหรี่ยังไม่ทันหมดตัว รถของตองก็เลี้ยวเข้ามา  ทั้งสองนั่งคุยกันอยู่พักหนึ่ง ก็สะดุดกับเสียงคำรามของท่อไอเสียที่แผดสนั่นมาแต่ไกล ดังลั่นจนมาเบาแถวหน้าปั๊ม และรถเจ้าของเสียงนั้นก็เลี้ยวเข้าปั๊มมาอย่างน่าเกรงขาม ด้วยการเคลื่อนไหวของช่วงล่างที่กระด้าง และหน้ายางที่ใหญ่โต ทำให้ดูเหมือนสัตว์ประหลาดกำลังคำรามไม่มีผิด ทุกคนในปั๊ม หันมามองรถคันนั้นเป็นตาเดียว

    ตองจ้องรถคันนั้นอย่างไม่วางตา และถามเดียร์ว่านั่นรถอะไรเหรอไม่เคยเห็นเลย "Nissan skyline R33น่ะ" (ยาวจัง)

  เดียร์ตอบยิ้มๆ "ของไอ้แบงค์เองแหละ" ยังไม่ทันพูดจบ แบงค์ก็เปิดประตูเดินลงมาจากรถ ด้วยท่าทางตลกๆ ไม่ได้วางฟอร์มใหญ่โตเหมือนรถตัวเองที่น่ากลัวและดูดุดัน

    เดียร์ขอให้แบงค์เปิดเครื่องให้ดู เพราะหลังจากออกจากอู่มาสเต็ปนี้ เขายังไม่เห็นรถเพื่อนตัวเองเลยว่าทำอะไรไปบ้างหลังจากการพังเพราะแบงค์สะเพร่าปล่อยให้เทอร์โบพังและควันขาวไหลจนน้ำมันเครื่องหมด

    "มึงเอาโบอะไรมาใส่วะเนี่ย ใหญ่ชิบหาย ไม่รอรอบน่าดูเหรอวะ" เดียร์พูดจบ แบงค์ทำหน้าเคืองขึ้นมาทันที "ก็รถกูชอบเอาไว้อัดทางยาวนี่หว่า บูสต์มาช้าหน่อย แต่ชอบตอนมันดึงหนักๆ เลี้ยงคันเร่งสนุกดี"แบงค์ตอบ

   "ไม่เห็นแบงค์เคยเอารถไปมหาลัยเลย ไม่ยักรู้ว่าเพื่อนเราก็มีแบบนี้ด้วย"ตองยังปลื้มไม่หายจากความเท่ของรถเพื่อนตัวเอง

  มันกินน้ำมันและขับยากด้วย ไปเรียนนั่งรถไฟฟ้าไปง่ายกว่า นั่นคือคำตอบของแบงค์

   

       และทั้ง3ก็นั่งรถแบงค์ไปยังสถาณที่นัดพบของเหล่าวัยแรงยามค่ำคืน มันเป็นถนนที่ออกไปทางชานเมือง เพื่อที่จะไม่รบกวนชาวบ้านให้มากที่สุดและเพื่อกันเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาไล่  

       แบงค์ขับไปอย่างช้าๆบนถนนสายที่จะนำพวกเขาไปยังจุดหมาย เสียงเพลงGreen tinted sixty mindของวงMr.Bigก็ดังขึ้นมา

 ตองบอกว่าชอบเพลงนี้ ทั้งสองคนก็พยักหน้า และร้องตามไปด้วยความคึกคัก

       แบงค์ขับรถช้าลง และทำท่าเหมือนจะเอื้อมมือไปที่ปุ่มปรับบูสต์ไฟฟ้าตรงคอนโซล  เดียร์ถามว่ามีอะไรรึเปล่า

     แบงค์ตอบว่าเหมือนมีรถตามมาตั้งนานแล้ว แต่ยังมองไม่ถนัดว่ารถอะไร

     "เหรอ?" เดียร์ตอบพลางเงยหน้าขึ้นเพื่อมองกระจกข้างซ้ายไปทางข้างหลัง

     "เซฟิโร่นี่....มาเร็วด้วยแฮะ แบงค์"  ...แบงค์รับคำ พร้อมกระพริบไฟเลี้ยวซ้ายเป็นทำนองว่าหลบให้คันที่มาเร็วทางขวาไปก่อนตามมารยาท

      เซฟิโร่สีดำสนิท ตรงข้ามกับรถของแบงค์ที่เป็นสีขาวปลอดสะอาดตา ขับมาเทียบข้างรถแบงค์ แล้วเบิ้ลโบลว์ออฟใส่2ที แล้วกดขึ้นไป ทำนองว่าท้าทาย

      แบงค์เฉย และกดไฟฉุกเฉินให้กระพริบ2-3ที   เซฟิโร่สีดำคันนั้น ทำท่าลังเลอยู่พักหนึ่ง จึงได้กดคันเร่งอย่างหนัก เสียงท่อและเวสเกตที่แผดออกมา ทำให้คนที่ไม่เคยได้ยินอย่างตองถึงกับตกใจ

       "เสียงอะไรน่ะ ทำไมมันดังอย่างนั้น" เดียร์อธิบายถึงหลักการทำงานอย่างง่ายๆให้ตองเข้าใจ จากนั้นตองจึงถามว่าแล้วเขามาเร่งเครื่องใส่ทำไม เขารุ้จักกันกับแบงค์เหรอ?

       "เปล่าหรอก เขาท้าเล่นด้วยน่ะ" ตองถามต่ออีกว่าทำไมไม่เร่งเครื่องตอบเล่นกับเขาไปล่ะ แบงค์ส่ายหน้า และนึกในใจว่าถ้าเป็นแต่ก่อนเขาคงกดตามไปทันที แต่ตอนนี้เขามีเพื่อนร่วมทางมาอีก2 ที่ชีวิตทั้งสองคนนี้อยู่มนมือเขาที่เป็นผู้ถือพวงมาลัย หากมีอะไรผิดพลาดไป จะไม่สามารถเรียกอะไรกลับคืนมาไม่ได้เลย
        เดียร์หันไปมองหน้าเพื่อนตัวเอง แล้วยิ้มอย่างพอใจ


      เมื่อไปถึงที่นัดหมาย รถของแบงค์เป็นเป้าสายตาของคนในสถานที่นั้นอย่างดี  ส่วนตองเองก็ตื่นตาตื่นใจกับรถสปอร์ตรูปร่างและสีสันแปลกตามากมายหลายคัน

      ยังไม่ทันลงจากรถ ก็มีผู้ชายคนหนึ่ง ผมสีทองคาดกระเป๋าเงินที่เอว เดินเข้ามาหา และถามว่า

    "เครื่องไรเนี่ย วิ่งป่าว มีคนอยากวิ่งด้วย"  แบงค์หันไปมองเดียร์ เดียร์บอกว่าให้ดูรถก่อน ว่ารถอะไรจะวิ่งด้วย ท่าทางเดียร์ก็สนุกที่จะได้เห็นเพื่อนตัวเองวิ่ง ส่วนแบงค์ก็อยากจะรู้ว่ารถตัวเองที่ทำมาใหม่นั้น เป็นอย่างไรบ้าง

     คนจัด บอกให้คนที่อยากวิ่งกับแบงค์ เลื่อนรถเข้ามาเทียบกันเลย รถคันนั้นทำให้ทั้งเดียร์และแบงค์ร้องอ้าว

  เพราะมันคือเซฟิโร่สีดำคันที่ผ่านพวกเขาไปนั่นเอง  เจ้าของรถเป็นชายร่างท้วม ท่าทางไม่เป็นมิตรนัก พูดด้วยน้ำเสียงหยาบๆว่า

  "เปิดเครื่องดูหน่อย เครื่องอะไร ทำที่ไหนเนี่ย" แบงค์ก็เปิดให้ดู และบอกว่าไม่ได้ทำอู่ใหญ่โตอะไรที่ไหน แค่ร้านคนรู้จัก  แต่กลับโดนเจ้าของเซฟิโร่นั่น ต่อว่ากลับมา ว่าไม่ต้องหมกก็ได้น่า คนทำRBในไทยมีกี่ที่กันเชียว  เดียร์ชักเห็นว่่าไร้สาระ เลยบอกให้อีกฝ่ายเปิดเครื่องมาดูบ้าง

    เครื่องรถทั้ง2คันนั้นเหมือนกันแทบทุกอย่าง เครื่องRB26DETT เทอร์โบรหัสโหดT88-33Dเหมือนกัน  รถของแบงค์แคมก็เปลี่ยนแล้ว ทางนั้นก็เปลี่ยนเช่นกัน รางหัวฉีด และคอไอดี ก็ขนาดมหึมา ไม่ต่างกันเท่าไหร่

     ทางเซฟิโร่ ขอให้แบงค์ต่อให้ เพราะยังไงเครื่องของแบงค์ก็เป็นเครื่องตัวเดิมของรถมา มันตรงรุ่น แถมขับ4ด้วย

   แบงค์ตกลงต่อให้1แผ่นถนน ทางเซฟิโร่ไม่พอใจ บอกว่าน้อยเกินไป  ทุกคนพยามพูดให้แบงค์ต่อให้เยอะกว่านั้น แบงค์เหมือคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง จึงตกลงกันที่2แผ่นถนน หัวนอกเส้น  คือหัวเซฟิโร่ อยู่พอดีเส้นสตาร์ท และหัวรถแบงค์ถอยหลังจากเส้นสตาร์ทลงไป 2แผ่นถนน

    พอเริ่มเก็บเงินเดิมพัน ทางแบงค์ เดียร์และตอง ลงเงินรวมกันมาได้1หมื่นบาท  พอถามทางฝ่ายเซฟิโร่ ทางนั้นกลับบอกว่าไม่มีคนลงเลย  จะให้ต่อเพิ่มให้อีก  แบงค์ชักเริ่มอารมณ์เสีย และถามว่าเจ้าของรถจะลงเท่าไหร่

   คนจัดเห็นท่าไม่ดี เลยรีบบอกตัวเลขเงินทางฝั่งเซฟิโร่ ว่ามี1หมื่น5พันบาท  มีคนมาขอลงฝั่งรถแบงค์เพิ่มขึ้นมาอีก แบงค์เปิดให้ลง

 คู่นี้จึงวิ่งจบกันที่เงินเดิมพัน2หมื่นบาท (หักค่าน้ำให้คนจัดด้วย..อิๆ)

 
             เมื่อได้เวลาประจวบเหมาะ รถทั้ง2คัน ก็ไปอยู่ที่เส้นสตาร์ท คนดูมุงมากมาย2ข้างทางของทางวิ่งที่ยืมถนนหลวงใช้ชั่วคราว

  เซฟิโร่คันนี้เป็นรถที่วิ่งและมีชื่ออยู่แถบพัทยา หลายคนรู้จักในความแสบสันต์ของการโกงเวลาออกตัวเป็นอย่างดี และแน่นอน แบงค์รู้

  เมื่อคนปล่อยรถ ยกมือหันหน้าไปทางแบงค์ แบงค์กระพริบไฟสูง1ที พร้อมย้ำคันเร่งถี่ๆ ไม่ได้ล็อครอบออกตัวเหมือนเซฟิโร่

    เมื่อมือทั้ง2ข้างของคนปล่อยชูขึ้นเหมือนศีรษะ และแยกออกจากกันทั้ง2ข้าง จึงจะถือเป็นสัญญาณออกตัวที่ถูกต้อง

    แต่เพียงมือทั้งสองเพิ่งขึ้นไปถึงระดับไหล่ เซฟิโร่สีดำนั้น ก็กระชากคลัทซ์ออกไปอย่างรุนแรง รอบแรกนี้แบงค์พลาดไปหน่อย หูดันได้ยินเสียงยางของเซฟิโร่ ใจที่กำลังพลุ่งพล่าน ก็สั่งให้ถอนเท้าซ้ายออกจากคลัทซ์ และสวนคันเร่งลงไปทันที

    เป็นการออกตัวที่ช้าไปเกือบ1วินาที ถ้าคนเล่นควอเตอร์ไมล์หรือวิ่งแดรกบ่อยๆ จะรู้ว่าเวลาแค่นี้มีความหมายแค่ไหน

  เซฟิโร่คันนั้นไม่ธรรมดา แบงค์ได้ยินเสียงเกียร์หอนเบาๆตั้งแต่ตอนที่วิ่งบนถนนแล้ว  เมื่อออกตัวดี ได้ระบบส่งกำลังที่ดี และคนขับเก๋าประสบการณ์ ทำให้เซฟิโร่คันนั้น นำหน้ารถแบงค์เข้าเส้นชัยไปอย่างง่ายดาย โดยที่แบงค์ไม่มีโอกาสแม้จะได้ลุ้นเลยด้วยซ้ำ  แถมก่อนเข้าเส้น เซฟิโร่คันนั้น ยังเหยียบคลัทซ์แล้วเบิ้ลคันเร่งเป็นเชิงดูถูกอีกด้วย

   ขณะที่แบงค์ขับเพื่อวนกลับไปเส้นสตาร์ทอีกครั้ง เขาขับวนไปหาเดียร์ เพราะรู้ว่าเดียร์ต้องมีคำแนะนำสำหรับเขาแน่ๆ

  และใช่จริงๆ เดียร์บอกอะไรบางอย่าง ซึ่งแบงค์ยิ้มเล็กน้อย ก่อนตอบตกลง และวนเข้าเส้นไปใหม่

      สตาร์ทรอบที่2คราวนี้แบงค์มีสมาธิมากขึ้น ตาจับนิ่งไปข้างหน้าไม่วอกแวก มือขวากำพวงมาลัย มือซ้ายอยู่ในท่าเตรียมสับเกียร์2

  และเหมือนเดิม สัญญาณสตาร์ทยังไม่ทันสิ้นสุด เซฟิโร่คันนั้นก็พุ่งออกไปก่อนเหมือนเคย  เพียงแต่คราวนี้ แบงค์ไม่ออตัว ยังเฉยอยู่กับที่

      คนปล่อยเรียกเซฟิโร่กลับมาที่เส้นตั้งลำใหม่ คนขับเซฟิโร่ท่าทางหงุดหงิด ถอยรถด้วยอาการกระแทกกระทั้น

      สตาร์ทอีกครั้ง เซฟิโร่ชิงออกก่อนอีก และเหมือนเดิม แบงค์ไม่ออกตัว คนดูเริ่มหงุดหงิด และวิพากษ์วิจารณ์

      ครั้งที่3ก็ยังเป็นเช่นเดิม คนดูโห่ร้อง และแสดงท่าไม่พอใจ มีเสียงก่นด่ารถทั้ง2คัน ว่าห้เซฟิโร่เลิกโกงซะที ส่วนอีกฝ่ายก็ว่าแบงค์ ว่าทำไมไม่ออกตัว

      ครั้งที่4แบงค์ก็ยังทำเช่นเดิม และเซฟิโร่ก็ยังโกงอยุ่เหมือนเดิม

      จนครั้งที่5แบงค์รู้ได้ทันทีถึงจังหวะของคนขับเซฟิโร่ที่ไม่มีสมาธิแล้ว เนื่องจากอารมณ์โกรธจนหน้าแดง

      รอบนี้เซฟิโร่ออกตัวพลาดจังหวะบูสต์ห้อยเกินไป แต่รถเดียร์ที่กระโดดออกมาอย่างหนักหน่วงด้วยระบบAttessaหรือแทร็คชั่นที่จับตอนออกตัวให้เป็นขับเคลื่อน4ล้อ  กระโดดพรวดเดียวก็แซงหน้าเซฟิโร่คันนั้น เมื่อสับเกียร์2ก็แซงขึ้นทิ้งระยะห่างมากขึ้นไปอีก เซฟิโร่พยามไล่ตามอย่างบ้าคลั่ง
 เวสเกตของทั้ง2คันคายออกมาอย่างรุนแรงจนพื้นสะเทือน เสียงเครื่องแหบๆของRB26ที่ฟาดฟันกัน เหมือนเสียงของสัตว์ป่าที่ไล่ล่ากันอย่างหื่นกระหาย กลิ่นของยางเนื้อดีที่ไหม้ติดพื้นถนน และกลิ่นน้ำมันออกเทน นี่ไงเล่าที่เป็นสิ่งที่ทำให้หลายคน ติดใจกับคำว่า มิดไนท์เรซซิ่ง เดียร์คิด พลางมองไปที่ระยะห่างของรถแบงค์กับเซฟิโร่ ที่ระยะห่างนั้น มันมากถึง3-4ลำทีเดียว แต่ดูเหมือนเซฟิโร่กำลังจะไล่ขึ้นมาได้เพราะเมื่อสับเกียร์3 รถแบงค์ดูห้อยลงไป แต่พอกลางเกียร์เวสเกตก็คายออกมาอย่างรุนแรงอีดครั้ง พร้อมกับไฟจากท่อไอเสียลูกใหญ่ ถีบบอดี้อันใหญ่โตของSkylineR33นั้นให้ทะยานหน้าเชิดผ่านเส้นชัยเข้าไปอย่างไม่ลำบากยากเย็น

      ตองตะโกนด้วยความดีใจ ได้ตังค์ใช้แล้วๆ เดียร์บอกให้ใจเย็นๆ เพราะยังเหลืออีก1รอบ ตองจึงหันมาสนใจรถอีกครั้ง

รอบที่3นี้ มีความกดดันเป็นพิเศษ เพราะทั้ง2 รู้แล้วว่ารถของต่างฝ่ายวิ่งขนาดไหน ทางเซฟิโร่ ก็กลัว เพราะรถแบงค์ปลายหนักมาก โอกาสโดนเก็บหน้าเส้นสูงมาก ต้องชิงออกก่อนและหนีไม่ให้โดนขึ้นได้เท่านั้น

       ส่วนแบงค์ก็กลัวทางฝ่ายเซฟิโร่ เพราะยางของแบงค์ไม่ใช่ยางเนื้อดีอะไรมาก เป็นเพียงยางกึ่งซอฟท์คอมพาวน์ดเท่านั้น และเมื่อกี้เพิ่งผ่านการออกตัวหนักๆมา แบงค์กลัวว่ายางจะรับไม่ไหว ไหนจะน้ำมันเกียร์ที่ยังไม่ได้เปลี่ยน หากสับว่าว หรือเกียร์แตกตอนนี้จะทำอย่างไร เงินเดิมพันไม่ใช่ปัญหา แต่มันเสียศักดิ์ศรี ยิ่งเห็นสีหน้าและการโกงของคนขับเซฟิโร่นั้นแล้ว  เขายอมไม่ได้

       แบงค์คำนวนทุกอย่างในสมองเหมือนคอมพิวเตอร์ และบอกทางผู้จัด ว่าขอเวลาพัก ซึ่งปกติจะมีการให้พักรถได้ไม่เกิน15นาที

แบงค์ได้สิทธินั้น เดี๋ยวนี้เลยครับ...


       ช่วงเวลาที่ผ่านไป15นาที แบงค์ใช้เวลาไปกับการคุย คิด และคำนวน ปรับความแข็งของช่วงล่างกับเดียร์อย่างละเอียดยิบ
ท่ามกลางความสงสัยของผู้ชม และฝ่ายเซฟิโร่ ที่เดินเอาน้ำมาฉีดอินเตอร์หน้ารถตัวเองอย่างงงๆ และบ่นว่าน่าเบื่อชิบ อยากวิ่งให้จบๆไปซะที

        เมื่อผ่านไป15นาที กลับมาที่เส้นสตาร์ทอีกครั้ง คราวนี้กรรมการบอกทั้งคู่ ว่า หากมีการออกก่อน ฝ่ายนั้นปรับแพ้ และหากฝ่ายหนึ่งออกไปโดยถูกต้อง แลอีกฝ่ายไม่ออกตาม ก็ให้ปรับฝั่งที่ไม่ออกตัว แพ้ฟาล์วไป ทั้งคู่รับทราบ

        การออกตัวคราวนี้ไม่เป็นปัญหา ออกพร้อมกันทั้งคู่ เซฟิโร่ที่พักเครื่องมาเมื่อกี้ดูจะปรับบูสต์เพิ่มมา ตอนออกตัวล้อฟรีเยอะมาก แม้จะเลี้ยงคันเร่งช่วยแล้วก็ตาม ท้ายปัดไปมา แสดงถึงพละกำลังที่มหาศาลของเครื่องยนต์

        รถแบงค์ก็เช่นกันขณะนี้เขาปรับบูสต์ไปที่ บาร์ห้า ซึ่งเป็นMaxBoostสำหรับรถเขา แคม272ของJunที่เขาบรรจงเก็บเงินซื้อมาเพื่อใส่กับรถ มันรับอากาศที่อัดผ่านลิ้นปีกผีเสื้อVH45ขนาดมโหฬารนั้นเข้ามาได้อย่างสะดวก มาเจอกับเชื้อเพลิงที่ถูกอัดเข้ามาด้วยปั๊มติ๊กของNismoความเร็ว276ลิตร/ชั่วโมง ตรงไปยังเรกูเลเตอร์และผ่านหัวฉีด800cc.จากSard ผสมกันคลุกกับไฟจุดระเบิดที่ถูกตั้งเอาไว้ด้วยTunerฝีมือดีจากญี่ปุ่น ปล่อยพละกำลังของฝูงม้า ระดับ650ตัว ให้ออกมาอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง แผดสนั่น ห้อทะยานผ่านเซฟิโร่ที่กำลังพยามเลี้ยงคันเร่ง  

        เข็มรอบฟาดขึ้นไปอย่างบ้าคลั่ง หมุนไปเกือบจะพร้อมๆกับเข็มวัดความเร็ว และเข็มบูสต์ที่ตีขึ้นไปอย่างรุนแรง เพียงอึดใจเมื่อรอบไปถึง7500 แบงค์ก้ต้องละมือจากพวงมาลัย เตรียมสับเกียร์2ที่8000รอบพอดี

        เมื่อสับเกียร์2 ทุกอย่างดูไม่เป็นปัญหากับR33สีขาวที่กำลังแหวกอากาศที่หนาวเย็นของค่ำคืนวันนี้เพื่อจะคว้าชัยชนะนี้เท่าไร
เมื่อบูสต์มาเต็ม เวสเกตคาย รอบใกล้เรดไลน์ แบงค์กำลังละมือจากพวงมาลัย เพื่อเข้าเกียร์3 ตรงนี้เองที่เป็นจุดเปลี่ยนของการอัดรถในคืนนี้  มีเสียงแตรดังลั่นมาจากรถเซฟิโร่ที่กำลังตามแบงค์มา ทันทีที่ได้ยินเสียงแตร เป็นจังหวะที่แบงค์กำลังเหยียบคลัทซ์เพื่อยัดเกียร์3เข้าอย่างรวดเร็ว ตามความเคยชินที่เท้าเหยียบคลัทซ์สุด เกียร์ก็เข้าไปถึงทันที
    แต่มันทำให้จังหวะนั้นสะดุด เกียร์3ของแบงค์ยัดไม่เข้า เพราะเสียสมาธิกับเสียงแตรที่ดังขึ้นมา ว่าทางนั้นเกิดอะไรขึ้น

   เซฟิโร่ ตีขึ้นมาขนาบข้างทันที ไวเท่าความคิด แบงค์คิดออกว่ามันเล่นสกปรกแน่ๆจึงยัด3เข้าไปใหม่กำลังรถกลับมาทำงานอีกครั้ง ดันให้R33พุ่งขึ้นไปอีกครั้ง นำหน้าเซฟิโร่ หายเข้าไปในหมอกที่ลงมาจนทันศนะวิสัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่

        เดียร์และตอบที่ยืนอยู่ปลายเส้น ก็ลุนว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะตอนนี้หมอกลงเยอะจนมองต้นเส้นไม่เห็น  แต่เดียร์ก็ยิ้มออก เมื่อเห็นไฟซีนอนสีขาวของรถเพื่อนตน วิ่งหน้าเชิดมาในสายหมอกแต่ไกล  นำลิ่วรถคู่ต่อสู้มา ชนิดที่แพ้แบบแก้ตัวไม่ขึ้น

        เสียงเชียร์โห่ร้องของผู้ชมที่ลุ้นกันอยู่ ทั้งคนที่ลงเงินและไม่ลงเงิน สร้างความตื่นเต้นยินดีแก่แบงค์ขณะกำลังเข้าเส้นชัยยิ่งนัก

   เขาอยากจะยกนิ้วโป้งหรือชูมือขึ้นไปขณะเข้าเส้น แต่อย่าดีกว่า  เดี๋ยวจะมีคนหมั่นไส้เขา แบงค์คิด

        คนจัดนำเงินเดิมพันมาให้แบงค์ และบอกขอบคุณที่ช่วยวิ่งให้ พร้อมกับชักชวนให้มาบ่อยๆ แบงค์รับคำ และแบ่งเงินให้คนดูที่ลงเงินกับเขา

        ทางเจ้าของเซฟิโร่ท่าทางหัวเสียมาก เดินไปคุยกับผู้ชายคนหนึ่งที่มาด้วยกัน และผู้ชายคนนั้น ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หันไปมองแบงค์และเดียร์ ที่ยืนจับกลุ่มกันอยู่ และกดโทรศัพท์ไปหมายเลขหนึ่ง  

         ซึ่งหมายเลขที่กดนี้ ตัวผู้ที่กดเองก็ไม่ทราบได้ว่าจะเป็นหมายเลขที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง
         ซึ่งพัวพันกับพวกของเดียร์และแบงค์ต่อไปในภายหน้าด้วย  

                                                                                                                ..................To be Continued

 

   


 

Offline Webmasturbation

  • Group N Racer
  • **
  • Posts: 68
  • Photoshop อะครับ อิอิ
    • Community Of Altis Users
Re:Living on A Prayer....
« Reply #14 on: July 10, 2004, 11:05:34 AM »
WoW !!!~   เนื้อหายังเข้มข้นเหมือนเดิมครับ  ชอบๆๆๆๆ

เพลงใกล้ตัวเราทั้งนั้นเลย   อยากอ่านต่อจัง  :D