racing-club.net

Author Topic: 26 มีนา...ไขปริศนา ใครฆ่า "ดาบยิ้ม"  (Read 6797 times)

Offline O'Pern

  • fear is a mind killer
  • Administrator
  • Authentic Drifter
  • *****
  • Posts: 7412
  • don't let your fear stand in the way of your dream
    • racing club
ในระยะ 2 ปีกว่ามานี้ คงไม่มีคดีใดที่ประชาชนให้ความสนใจเท่ากับคดีสังหาร ด.ต.สุวิชัย รอดวิมุต หรือ "ดาบยิ้ม" ผ.บ.หมู่แผนก 5 กองกำกับการ 2 กองปราบปราม เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2544 ที่ทเวนตี้คลับ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ท้องที่ สน.สุทธิสาร

โดยมีผู้ต้องหาที่สังคมจับตามองมากที่สุด คือ นายดวงเฉลิม อยู่บำรุง ลูกชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นักการเมืองชื่อดัง และมีผู้ต้องหาร่วมอีก 2 คน ได้แก่ นายกฤษพัฒน์ จาตุรานนท์ นายสุพจน์ แสงอนันต์ ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายแก่กาย

ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน คือ ร.ต.ต.วันเฉลิม อยู่บำรุง บุตรชายคนกลางของ ร.ต.อ.เฉลิม กับ พ.ต.ต.ศราวุฒิ สกุลมีฤทธิ์ หรือ สารวัตรเหยิน อดีตสารวัตร 191 ถูกดำเนินคดีในข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ช่วยเหลือผู้กระทำผิดมิให้ถูกจับกุม และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทว่า หลังเกิดเหตุนายดวงเฉลิมได้หลบหนีไป อัยการจึงยื่นฟ้องนายกฤษพัฒน์ นายสุพจน์ ร.ต.ต.วันเฉลิม และ พ.ต.ต.ศราวุฒิ ไปก่อน เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2544 ซึ่งทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ต่อมาหลังหลบหนีนาน 6 เดือน นายดวงเฉลิมจึงมอบตัว เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2545 แต่ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อหา ศาลจึงสั่งให้พิจารณาคดีของนายดวงเฉลิม ร่วมกับคดีของนายกฤษพัฒน์กับพวก

แม้จำเลยในคดีนี้จะมีหลายคน แต่ไฮไลท์ความสนใจย่อมตกอยู่ที่นายดวงเฉลิม เนื่องเพราะความที่เป็นลูกรักของนักการเมืองชื่อดัง ซ้ำยังเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่ผู้ตายเป็นถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ

คดีนี้อัยการนำพยานโจทก์เข้าสืบรวม 23 ปาก ได้แก่ กลุ่มพนักงานเสิร์ฟกับ รปภ.ของทเวนตี้คลับ ผู้เชี่ยวชาญด้านแสงไฟ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และพนักงานสอบสวน

พยานโจทก์บางส่วน คือ พ.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง และ ร.ต.อ.วิวัฒน์ บุญชัยศรี ตำรวจกองปราบปราม นายสมภพ สุภิษะ บาร์เทนเดอร์ และบาร์เทนดี้อีก 1 คน อ้างว่า เห็นเหตุการณ์ขณะที่ดาบยิ้มถูกยิงเสียชีวิต

พ.ต.ท.สุทิน เบิกความว่า ได้ยินเสียงปืนดังเปรี้ยง 1 นัด เมื่อมองไปยังจุดที่มีเสียงปืน เห็นนายดวงเฉลิมกำลังลดมือขวาที่ยื่นไปด้านหน้าระดับไหล่ลงมาข้างลำตัว เมื่อมองไปที่มือของนายดวงเฉลิมที่ชี้ เห็นผู้ตายยืนอยู่ลักษณะหัวก้มต่ำลง ส่วนด้านข้างและหลังของผู้ตายมีชาย 3-4 คนยืนอยู่ จากนั้นผู้ตายได้เซและล้มลง พอหันกลับไปมองก็พบนายดวงเฉลิมยังยืนอยู่ จึงเชื่อมั่นว่า นายดวงเฉลิม เป็นผู้ยิงผู้ตายเพราะมีนายดวงเฉลิมเพียงคนเดียวที่ยืนประจันหน้ากับผู้ตาย

ทั้งนี้ตนยืนห่างผู้ตายและนายดวงเฉลิมประมาณ 2 เมตร และจุดที่นายดวงเฉลิมยืนอยู่มีดวงไฟชนิดกลมอยู่บนเพดานตรงกัน ส่องลงมาที่พื้นจึงเห็นนายดวงเฉลิมชัดเจน

พ.ต.ท.สุทิน ตอบคำถามค้านทนายจำเลยว่า เห็นมือนายดวงเฉลิมอยู่ในลักษณะกำมือตอนที่ลดมือลง แต่ไม่เห็นวัตถุสิ่งใดอยู่ในมือ และขณะที่เหลียวไปมองผู้ตาย หลังจากเสียงปืนดังก็เห็นชายร่างใหญ่อยู่ทางขวามือของผู้ตาย และชายรูปร่างล่ำ เตี้ย อยู่ด้านซ้ายมือของผู้ตายโดยยืนชิดติดกับผู้ตาย

ร.ต.อ.วิวัฒน์ เบิกความว่า ได้ยินเสียงปืนดังเปรี้ยง 1 นัด ทางด้านหลัง เมื่อหันกลับไปได้กลิ่นดินปืนและเห็นนายดวงเฉลิม กำลังลดมือขวาที่ยื่นไป ด้านหน้าจากระดับอกลงมาข้างลำตัว โดยในขณะลดแขนนั้นมือ ของนายดวงเฉลิมชี้ไปทางที่ผู้ตายล้มลง ซึ่งขณะนั้นผู้ตายอยู่ห่างนายดวงเฉลิมประมาณ 1 ช่วงแขน

ร.ต.อ.วิวัฒน์ ตอบคำซักถามค้านทนายจำเลยว่า ช่วงที่ได้ยินเสียงปืนในกลุ่มผู้ตายมีชายรูปร่างสูงใหญ่อยู่ทางด้านขวามือของผู้ตาย และชายร่างเตี้ยอยู่ด้านซ้ายมือของผู้ตาย โดยชายทั้งสองอยู่ชิดกับผู้ตายและมีชายอีกประมาณ 3 คนยืนอยู่ด้านหลังฝั่งซ้ายของผู้ตาย หลังเสียงปืนดังขึ้น ชายรูปร่างสูงใหญ่ซึ่งอยู่ด้านขวาของผู้ตายจะไปไหน ไม่ทราบ

ด้าน นายสมภพ บาร์เทนเดอร์ เบิกความว่า ได้ยินเสียง "แป๊ก" ดังมาจากกลุ่มที่ชกต่อยกัน จึงเข้าใจว่าเป็นเสียงปืน เมื่อหันกลับไปเห็นชายด้านขวาของชายเสื้อดำวิ่งไปด้านหลัง ของชายเสื้อดำลักษณะรีบร้อน ส่วนชายเสื้อดำได้ล้มลงลักษณะเอียงไปด้านซ้าย และเห็นนายดวงเฉลิมยืนประจันหน้าชายเสื้อดำ และเก็บอะไรสักอย่าง โดยใช้มือซ้ายเลิกชายเสื้อขึ้น และใช้มือขวาเก็บสิ่งของ แต่ไม่เห็นปืนในมือนายดวงเฉลิม

ขณะนั้นเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก กลุ่มชกต่อยและกลุ่มลูกค้าได้วิ่งหนีออกไปทางประตูทางเข้า และตอนที่เสียงปืนดังขึ้นภายในทเวนตี้คลับ มีการเปิดไฟกระพริบ

ส่วน บาร์เทนดี้ เบิกความว่า รู้จัก "พี่ชาย" (ดวงเฉลิม อยู่บำรุง) มาก่อน โดยวันเกิดเหตุเห็นคนกลุ่มใหญ่กำลังทะเลาะวิวาทกัน ในกลุ่มดังกล่าวเห็นพี่ชายกำลังชกต่อยชายหนึ่งซึ่งใส่เสื้อสีดำโดยมีคนอื่นเข้าชุลมุนด้วย แล้วเห็นพี่ชายชักปืนออกมาแล้วเล็งไปที่ชายเสื้อดำ จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด

บาร์เทนดี้ ได้ตอบคำถามค้านทนายจำเลยว่า ในชั้นสอบสวนได้ให้การว่า เห็นพี่ชายชัก สิ่งของ ออกมา โดย สิ่งของ ดังกล่าวเข้าใจว่าเป็นอาวุธปืน เพราะได้ยินเสียง และมีคนตาย

ขณะที่ พล.ต.ต.วิชิต สมาธิวัฒน์ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา ซึ่งเป็นผู้ชันสูตรพลิกศพ ด.ต.สุวิชัย เบิกความว่า จากสภาพศพลักษณะบาดแผลที่มีเขม่าและแผลเป็นรูปดาวสี่แฉก แสดงว่าเป็นการถูกยิงโดยปากกระบอกปืนกดชิดติดหน้าผากแน่นและแรง

โดยสรุป หากผู้ยิงกับผู้ถูกยิง ยืนประจันหน้ากันห่างกันในระยะ 1-2 เมตร ไม่ว่าจะยิงในลักษณะใด บาดแผลและทิศทางการยิงก็จะไม่เป็นไปตามสภาพศพที่ชันสูตรพลิกศพ

ด้านพยานจำเลยมีทั้งสิ้น 14 ปาก (รวมจำเลยทั้ง 5 ที่อ้างตนเองเป็นพยานจำเลยด้วย)

นายดวงเฉลิม เบิกความถึง นายเฉลิมชนม์ บุริสมัย หรือ ปื๊ด ว่า นายปื๊ดมาทำงานที่บ้านก่อนเกิดเหตุประมาณ 1-2 ปี ซึ่งนายปื๊ดจะช่วยขับรถให้กับที่บ้าน จากนั้นนายดวงเฉลิมได้เล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า เมื่อไปถึงทเวนตี้คลับ ได้เดินผ่านเครื่องตรวจอาวุธ แต่ไม่ปรากฏว่ามีสัญญาณเตือนดังขึ้น

ต่อมาขณะที่ยืนคุยกับพี่โต้ง โดยมีนายเฟียสและนายเติร์กยืนอยู่ด้านหลัง ได้ยินเสียงดังปังมาจากด้านขวามือ พี่โต้งจึงพูดขึ้นว่า ใครจุดประทัด หลังเสียงดัง พี่โต้งบอกให้กลับบ้านก่อน เพราะหากนักข่าวมาจะเข้าใจผิด

เขาปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และหลังเกิดเหตุพยายามหาตัวนายปื๊ด แต่ไม่พบ

นายอิศเรศน์ สุวรรณจักร์ศรี เพื่อนของ ร.ต.ต.วันเฉลิม เบิกความว่า ขณะเกิดเหตุมีเสียงดังคล้ายประทัด และไม่พบนายดวงเฉลิมอยู่ในที่เกิดเหตุแต่อย่างใด

นายกิติ วงศ์กุหลาบ เพื่อนของนายดวงเฉลิม เบิกความว่า ในวันเกิดเหตุ ตนนั่งอยู่กับนายดวงเฉลิมตลอดเวลา โดยนายดวงเฉลิมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แต่อย่างใด

ร.ต.ต.อาจหาญ อยู่บำรุง ลูกชายคนโตของ ร.ต.อ. เฉลิม เบิกความว่า กลุ่มของตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ ด.ต.สุวิชัย เสียชีวิตแต่อย่างใด

นางศวีดา อยู่บำรุง หลานภรรยาของ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ (อดีต ผบ.ตร.) ซึ่งเป็นภรรยาของ ร.ต.ต.วันเฉลิม เบิกความระบุถึงความขัดแย้งระหว่าง พล.ต.อ.สันต์ กับครอบครัว "อยู่บำรุง"

นายเติร์ก เพื่อนนายดวงเฉลิม เบิกความว่า ขณะได้ยินเสียงดัง "เปรี้ยง" ตนนั่งอยู่ที่โต๊ะของ ร.ต.ต.อาจหาญ พร้อมกับนายเฟียสและนายดวงเฉลิม และกลุ่มของ ร.ต.ต.อาจหาญ หลังได้ยินเสียงดัง ร.ต.ต.อาจหาญ ถามขึ้นว่าใครจุดประทัด จากนั้นนายเติร์กได้เดินตามหลังนายดวงเฉลิม ออกไป

สำหรับนายปื๊ดก็ไปเที่ยวด้วยกัน แต่เมื่อออกมา นายปื๊ดก็ไม่ได้ออกมาด้วย ซึ่งนายดวงเฉลิมพยายามติดต่อนายปื๊ดแต่ติดต่อไม่ได้

พ.ต.ท.มนัส แสงวงษ์งาม อดีต สวป.สภ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ เบิกความว่า ขณะที่ได้ยินเสียงดังคล้ายประทัด นายดวงเฉลิมได้นั่งอยู่ด้านหน้าตน ห่างจากต้นเสียงประมาณ 7-8 เมตร

ร.ต.อ.เฉลิม เบิกความว่า ที่นายดวงเฉลิมต้องหลบหนีไป เพราะได้รับความกดดันจากการนำเสนอข่าวอย่างครึกโครมว่า เหตุการณ์ยิงดาบยิ้มมีลูกชายนักการเมืองฝั่งธนฯ เกี่ยวข้องด้วย

อีกทั้งหลังเกิดเหตุเพียง 1 วัน พล.ต.อ.สันต์ ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านโทรทัศน์ช่องยูบีซี 8 ระบุชื่อคนร้ายชัดเจนว่า เป็นนายดวงเฉลิม ทั้งที่เพิ่งจะเริ่มการสอบสวนได้ข้อมูลเพียงเล็กน้อย เป็นการสรุปทั้งที่ พล.ต.อ.สันต์ ก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ อีกทั้งยังมีกระแสข่าวว่าตำรวจจะวิสามัญฯ นายดวงเฉลิมด้วย

ร.ต.อ.เฉลิม ยังเบิกความถึงการสอบสวนของตำรวจว่า มีข้อพิรุธที่เรียกพยานมาสอบปากคำหลายครั้งผิดปกติ โดยบางปากได้เรียกมาสอบถึง 7 ครั้ง ส่วนม้วนเทปวิดีโอที่ พล.ต.อ.สันต์ เคยให้สัมภาษณ์ว่ายึดได้จากที่เกิดเหตุ ตนทราบข้อมูลว่ามีอยู่จริง และส่งให้ตำรวจไปแล้ว

ดังนั้นในชั้นศาล ตนเคยขอให้ศาลสั่งเรียกม้วนเทปวิดีโอมาตรวจดูเหตุการณ์วันนั้น แต่ตำรวจกลับปฏิเสธว่าไม่มีม้วนเทปวิดีโอดังกล่าว จึงเชื่อว่าม้วนวิดีโอดังกล่าวมีอยู่จริง แต่ภาพในวิดีโอคนร้ายไม่ใช่นายดวงเฉลิม ตำรวจจึงทำลายม้วนวิดีโอ ทำให้ไม่ปรากฏเป็นหลักฐาน

ร.ต.อ.เฉลิม เบิกความด้วยว่า นายเฉลิมชนม์ได้มาพบตนหลังเกิดเหตุประมาณ 10 ชั่วโมง โดยบอกว่า ได้ชกต่อยกับชายคนหนึ่งโดยชายคนนั้นทำท่าควักมือที่ท้องน้อยด้านขวา ซึ่งเข้าใจว่าชายคนนั้นจะหยิบปืนมายิง นายเฉลิมชนม์ จึงยิงชายคนดังกล่าว เมื่อเล่าเหตุการณ์เสร็จ นายเฉลิมชนม์ ได้คุกเข่าและกราบเท้าของตนแล้วออกจากบ้านไป

โดยสรุป ประเด็นหลักๆ ที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันในชั้นศาลคือ ความสว่างและลักษณะของแสงไฟในที่เกิดเหตุ จุดตำแหน่งของผู้ที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์กับจุดเกิดเหตุ การจัดวางโต๊ะและเก้าอี้ในที่เกิดเหตุ การตรวจพิสูจน์หลักฐาน อาวุธปืน ผลการชันสูตรพลิกศพ ลักษณะบาดแผลของผู้ตาย ระยะทาง และวิถีกระสุนปืน ผู้ยิงกับผู้ถูกยิงจะต้องอยู่ห่างกันในระยะเท่าใด ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช รวมทั้งขั้นตอนการสอบสวนของตำรวจ

ขณะนี้คดีได้เดินมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว!!!

26 มี.ค.นี้ จะเป็นวันชี้ชะตา "ดวงเฉลิม อยู่บำรุง"


Source: หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก
i drive / i race / i test / I drift
I row / I run / I fun / I ride

Offline zpeed

  • Authentic Drifter
  • *****
  • Posts: 663
  • Gasoline is in my blood
Today is 26 what happen then  :o
Good Driver can make slow car go fast but Fast car won't make slow driver fast.

Offline O'Pern

  • fear is a mind killer
  • Administrator
  • Authentic Drifter
  • *****
  • Posts: 7412
  • don't let your fear stand in the way of your dream
    • racing club
ศาลตัดสินยกฟ้องครับ
i drive / i race / i test / I drift
I row / I run / I fun / I ride

Offline *Aee-ViPeR-MR2*

  • Full Member All Thailand Championship Racer
  • ***
  • Posts: 206
  • +Aee-ViPeR-w/curly hair ^^+
คนผิดก้ถูกปลดปล่อยออกไป แระทำไมสังคมมันถึงเปงแบบนี้  ???
+*~*+เอ๋ซัง+ทูจัง+*~*+ -Aee-ViPeR-AKA-Vp-ViPeR-LoVe-Two-JuNg-ViPeR-ถูก-EVISU+ViPeR-ครอบงำ!- ดริฟท์คือการควบคุมรถขณะที่รถกำลังจะอยู่เหนือการควบคุม

Offline Joe200sx

  • Sr. Member Professional Driver
  • ****
  • Posts: 435
  • ลูกเราโต โอ้เราก็แก่
    • http://www.csiphuket.com/
ทนายฝ่ายโจทก์  คงหนักใจเหมือนกันนะครับ
เรารักในหลวง