racing-club.net

ผู้เขียน หัวข้อ: 3. in game  (อ่าน 6141 ครั้ง)

ออฟไลน์ O'Pern

  • fear is a mind killer
  • Administrator
  • Authentic Drifter
  • *****
  • กระทู้: 7412
  • don't let your fear stand in the way of your dream
    • racing club
3. in game
« เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2003, 12:07:54 PM »
เคนพิจารณารถนิสสันสีดำที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้งให้แน่ชัด ยิ่งมองก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็นคันเดียวกันกับที่พบในสนามแข่งรถพีระฯเมื่อตอนเย็น แม้จำหมายเลขทะเบียนรถไม่ได้ แต่เสื้อแจ๊กเก็ตที่แขวนอยู่หน้าต่างด้านหลังคือสิ่งชี้ยัน
   เขาเลื่อนไปจอดรถด้านหน้าพร้อมเปิดไฟฉุกเฉิน ขณะที่หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวตัดกับกางเกงยีนส์ขาสั้น สวมหมวกแก๊ปและรองเท้าสำหรับแข่งรถเดินเข้ามาหา
   "สวัสดีค่ะ ขอโทษนะคะที่รบกวนเวลา คือรถยางแตกน่ะค่ะ  แล้วไม่รู้จะติดต่อกับใคร เผอิญพบเบอร์ติดต่อของคุณบนหน้ารถ ก็เลย..." หญิงสาวเปิดฉากพูดก่อน
   "ผมพอจะช่วยอะไรได้บ้างไหมครับ" เคนเสนอตัว
   "ก็..เออ...ที่รถไม่มีแม่แรงน่ะค่ะ รบกวนขอยืมจากพี่ได้ไหมคะ" เธอพูดเสียงอ่อย
   เคนเดินกลับไปที่รถ เปิดฝากระโปรงท้าย หยิบแม่แรงขนาดเล็กออกมาพร้อมกับด้ามต่อขนาดกะทัดรัด เด็กสาวดีใจยื่นมือไปรับ แล้วรีบจัดแจงขึ้นแม่แรงทันที ทั้งที่ยังไม่ได้มีการคลายนอตล้อแต่อย่างใด
   "เดี๋ยวๆ คุณครับ"
   "มีอะไรหรือคะ" หญิงสาวชะงัก
   "มืดมากแล้ว ให้ผมช่วยดีกว่าครับ"
   ไม่มีเสียงตอบ แต่รอยยิ้มจากสาวหน้าใสทำให้เคนเข้าใจความหมาย ลงมือเปลี่ยนยางอะไหล่พร้อมเก็บเครื่องมือเข้าที่ด้วยเวลาไม่ถึง 10 นาที คนที่ขลุกอยู่กับรถอย่างเขาสามารถทำได้เป็นเรื่องปกติ
   "ขอบคุณมากนะคะ ถ้าไม่ได้พี่มาช่วย หนูคงต้องติดอยู่ตรงนี้อีกนาน"
   "ด้วยความยินดีครับผม"
   จัดแจงเก็บเครื่องมือเข้าที่ แต่ลมยางในล้ออะไหล่เหลือน้อยมาก แม้เพียงพอต่อการขับไปปั๊มเพื่อเติมลม แต่จะดีกว่าไหมหากเจ้าของรถตรวจสอบให้มีปริมาณลมเพียงพอเสมอ คิดในแง่กลับกันบ้าง ถ้าหากลมยางในล้ออะไหล่เหลือไม่เพียงพอต่อการขับล่ะ เป็นคุณจะทำอย่างไร
   "เลยไปข้างหน้าสัก 10 กิโลเมตร จะมีปั๊มน้ำมัน คุณไปเติมลมที่นั่นแล้วกัน ลมยางเหลือน้อยขนาดนี้อย่าขับเร็วมากนักนะครับ กะทะล้อจะเสียและยางอาจระเบิดได้ง่าย ผมจะขับตามคุณไปเรื่อยๆ "
   "ขอบคุณมากค่ะ"
   ทั้งคู่เดินไปขึ้นรถของตัว รถสองคันขับตามกัน โดยใช้ช่องทางด้านซ้ายสุด เคนขับทิ้งระยะห่างคันหน้าประมาณ 50 เมตร
   ระยะทางแค่ 10 กิโลเมตร หากแต่ต้องขับรถด้วยความเร็วเพียง 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง แถมเป็นเวลากลางคืน จึงทำให้ใช้เวลาค่อนข้างมาก
   ทันทีที่ถึงปั๊มน้ำมัน หญิงสาวจัดแจงลากสายยางเติมลมมาที่ล้อ แต่เติมไปได้สักครู่ก็ชะงักเพราะตัวเองไม่มีมาตรวัดลมยางติดตัวมาด้วย เคนยืนดูอยู่ไม่ไกลจึงหยิบจากกระโปรงท้ายของรถเขามาให้
   เคนเดินเข้าไปในร้านค้า ซื้อน้ำผลไม้มา 2 กระป๋อง ในขณะที่หญิงสาวเติมลมยางเสร็จพอดี แบ่งน้ำผลไม้ให้หญิงสาว 1 กระป๋อง
   "เชิญครับ" พูดพร้อมกับยืนน้ำผลไม้กระป๋องให้
   "ขอบคุณมากค่ะ" ฝ่ายหญิงยื่นมือมารับ ก้มหัวคำนับ พร้อมกับคืนมาตรวัดลมยาง
   หญิงสาวดื่มน้ำรวดเดียวเกลี้ยง เคนมองหน้าแล้วยิ้ม เธอยิ้มตอบ พร้อมกับยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดปาก
   "ฉันชื่อพลอยค่ะ พี่ชื่ออะไรคะ"
   "เคนครับ"
   "ชอบแข่งรถหรือครับ" เคนถาม   
   "ชอบค่ะ แต่ยังไม่ค่อยเก่งหรอกนะคะ" พลอยตอบด้วยแววตาสดใส เธอมักอารมณ์ดีเสมอเมื่อได้พูดคุยถึงเรื่องรถแข่ง
   "เพื่อนๆ พลอยก็ชอบกันเยอะค่ะ แต่ส่วนใหญ่ชอบแข่งรถตอนกลางคืนกัน เขาบอกว่ามันกว่าในสนามเยอะเลย"
   "อ้อ..เป็นงั้นไป" เคนตอบเสียงแผ่ว พร้อมกับถอนลมหายใจ ทอดสายตาไปยังรถของพลอยก็เห็นเสื้อแจ๊คเก็ตจึงนึกเรื่องสำคัญขึ้นได้
   "คุณพลอยครับ ไปได้เสื้อตัวที่แขวนอยู่ในรถมาจากไหนหรือ"
   พลอยเดินเข้าไปใกล้เคนที่ยืนอยู่ชิดรถ แล้วจึงเล่าว่า
   "อ๋อ ก็เมื่อหลายเดือนก่อนพลอยรถชนบนทางด่วนน่ะค่ะ ชนแบบไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพราะขับเร็วมาก มารู้ตัวอีกทีก็อยู่ในโรงพยาบาลเสียแล้วพร้อมกับเสื้อแจ๊คเก็ตตัวนี้แหละค่ะ คงเป็นของคนที่เขามาช่วยพลอยออกจากรถก่อนที่จะถูกไฟไหม้ เห็นพยาบาลเธอบอก"
   เหมือนลมหนาวพัดวูบ ขนลุกซู่ขึ้นมาทันใด เคนจ้องมองดูเสื้อที่แขวนได้อย่างละเอียดผ่านกระจกบานใส
   "เปิดประตูได้เลยค่ะ" พลอยกล่าวเชื้อเชิญ
   เคนเปิดประตูด้านคนขับแล้วเอื้อมมือไปหยิบเสื้อแจ๊คเก็ตตัวนั้นออกมา พลิกดูคอเสื้อด้านในพบรอยฉีกขาด จึงมั่นใจในความคิดของเขามากขึ้น
   "มีอะไรหรือคะ" พลอยถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นเคนสนใจเสื้อตัวนั้นมากเป็นพิเศษ
   "เมื่อหลายเดือนก่อนผมพบรถชนกันบนทางด่วนจนไฟลุกไหม้ เจ้าของรถหมดสติ ผมอยู่ใกล้เหตุการณ์มากที่สุดจึงเข้าไปช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ ..."
   พลอยมองหน้าเคน พร้อมกับอ้าปากค้าง
   "ถ้าอย่างนั้น เสื้อตัวนี้ก็คือของพี่...." พลอยพูดตะกุกตะกัก
   "ใช่ครับ ของผมเอง" เคนยิ้มตอบ
   "พลอยขอบคุณพี่มากนะคะ ถ้าในคืนนั้นไม่ได้พี่มาช่วย พลอยคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้แล้วล่ะค่ะ"
   เคนยิ้ม ไม่พูดอะไร พลอยดีใจอย่างสุดซึ้งที่ได้พบคนที่ช่วยชีวิตเธอ
   "พี่รีบไปไหนหรือเปล่าคะ ไปหาอะไรทานกันไหม จะได้นั่งคุยกันต่ออีกนิด"
   "ยินดีครับ ทานอะไรกันดีล่ะ ขอเป็นร้านที่บรรยากาศเงียบหน่อยก็แล้วกัน ผมไม่ค่อยถนัดร้านที่เสียงดังๆ "
   "เอ .. พลอยไม่ค่อยคุ้นกับแถวนี้เลยน่ะค่ะ ผ่านบ่อย แต่ก็ไม่เคยจอดแวะสักที"
   "แต่มันเริ่มดึกแล้ว กว่าเธอจะกลับถึงกรุงเทพฯ ก็ยิ่งมืดเข้าไปใหญ่น่ะสิ"
   "อืมม.. จริงด้วยสิคะ งั้น..ก็ค่อยนัดทานอาหารที่หลังก็แล้วกัน พลอยมีเบอร์โทรพี่แล้ว สักวันพุธพอจะว่างไหมคะ"
   "ใกล้ๆ ค่อยนัดกันอีกทีดีกว่าไหมครับ"
   พลอยวิ่งเข้าไปในรถหยิบเศษกระดาษมาจดหมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัว ยื่นให้เคนก่อนที่จะแยกกันกลับ

*   *   *   *   *   *   *   *   *   *   *

Los Angeles, California / Free Way, Interstate 5 / Sunday 4.30 am.
   พอร์ช คาเรร่า 2 ยังคงกดคันเร่งแช่จนสุด ทางด้านนิสสัน 300ZX แม้จะแพ้ด้านอัตราเร่ง แต่ท๊อปสปีดนั้นกลับทำได้สูงกว่าเพราะเป็นรถที่โมดิฟายมามาก เสียงเวสเกตท์ระบายไอเสียดังลั่นตลอดทางที่รถทั้งสองคันขับผ่าน
   รถทั้งสองคันขับเคี่ยวกันมากว่า 20 กิโลเมตรแล้ว แม้เข็มความร้อนไม่ชี้ว่าผิดปกติ แต่เข็มวัดแรงดันและอุณหภูมิน้ำมันเครื่องต่างหากที่กำลังจะฟ้องเตือน หากไม่มีเรื่องผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นเสียก่อน
   เครื่องยนต์รหัส VG30DETT ปริมาตร 3000 ซีซี 6 สูบ รูปตัว V อัดอากาศเข้าห้องเผาไหม้ด้วยเทอร์โบขนาดย่อมสองตัวที่ทำงานแยกกันอย่างอิสระคนละพากของเสื้อสูบ การระบายความร้อนของตัวเทอร์โบอาศัยเพียงน้ำมันเครื่องที่ไหลผ่านแกนเทอร์ไบน์ ยิ่งขับแช่นานๆ น้ำมันเครื่องก็ยิ่งร้อน ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับตัวเทอร์โบเลยแม้แต่น้อย
   ผู้ขับคงคิดไม่ถึงว่าโข่งหลังของเทอร์โบได้เปลี่ยนจากสีเดิมที่เป็นโลหะกลายเป็นสีเหลืองออกไปทางส้ม ความร้อนที่ตัวเทอร์โบผลิตออกมาคือต้นเหตุที่ทำลายคุณภาพของน้ำมันเครื่องที่ไหลผ่าน รถที่ขับใช้งานในลักษณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้บ่อยกว่าปกติ และเลือกเกรดให้เหมาะสมกับการใช้งาน
   เข็มในมาตรวัดแรงดันน้ำมันเครื่องเริ่มลดต่ำลง แต่เจ้าของคงไม่รู้เรื่อง ยังคงกดคันเร่งแช่ แต่ที่อันตรายมากไปกว่านั้นกลับเป็นเรื่องของระบบเบรกที่เพิ่งผ่านการใช้งานหนักมา
   พอร์ช 911 ใช้ยางหน้ากว้าง 275 มิลลิเมตร แต่การที่รถลื่นไถลนั้นไม่ทำให้ยางเสียหายมากนัก ผิดกับ 300ZX ที่เบรกจนจานเบรกร้อนและเกิดรอยแตกที่รูเจาะแบบ Cross Drill ในจานเบรกหน้าที่เจ้าของโมดิฟายโดยการเจาะเอง หารู้ไม่มันคือดาบอีกคมหนึ่งที่กำลังจะหันมาฆ่าตัวเขาเอง
   ความเร็วเกิน 240 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขณะกำลังจะเข้าโค้งขวาก็พบรถโดยสารขนาดใหญ่ขับชิดขวา แม้ถนนจะกว้างถึง 8 เลน แต่ฝั่งซ้ายปิดการจราจรไปเสีย 2 เลน ผู้ขับไม่รู้ตัวล่วงหน้า ป้ายเตือนแบบเหนือศีรษะ (Over Head Sign) ก็ไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแต่อย่างใด
   ถนนที่เหลืออีกมากถึง 5 ช่องการจราจร แต่รถทั้งคู่กล้าเสี่ยงเพราะมุมโค้งของถนนและรถโดยสารขนาดใหญ่ขับบังไว้เสียสนิท ไม่มีใครแน่ใจว่าการจราจรที่ปิดอยู่สองเลนซ้ายสุดจะมีวัสดุหรือสิ่งอื่นใดยื่นล้ำออกมามากกว่าที่เห็นหรือไม่ เพราะไม่มีการติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบบอกแต่อย่างใดเลย
   รถแข่งนอกกฎหมายทั้งคู่ต้องเบรกกะทันหันอีกครั้ง คราวนี้ 911 ออกอาการน้อยกว่า เครื่องยนต์วางหลังทำให้น้ำหนักถ่ายมาทางด้านหน้าขณะเบรกได้น้อยกว่า ส่วน 300ZX ที่เครื่องยนต์วางด้านหน้า แถมต้องกดเบรกในโค้งเสียอีก ยังไม่พอ ปัจจัยสำคัญคือจานเบรกหน้าในด้านขวาที่เกิดรอยแตกแล้วต่างหาก
   การยึดเกาะและการตอบสนองของ 911 ดีกว่ามาก จึงขับขึ้นหน้าพุ่งทะยานออกจากโค้งไปได้ก่อน 300ZX เบรกสั่นมากจนจานแกว่ง ร่องคมของจานเบรกที่เป็นรอยแตกค่อยๆ หั่นเฉือนเนื้อผ้าเบรกจนหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ เกิดความร้อนสะสมในระบบมากจนน้ำมันเบรก Dot 5 เดือด แป้นเบรกที่เคยตั้งอยู่สูงสามารถกดยุบได้จนติดพื้นรถราวกับแป้นคลัตช์ กลิ่นเหม็นไหม้คลุ้งเข้ามาในห้องโดยสาร
   ความเร็วลดจาก 240 กิโลเมตร/ชั่วโมง เหลือเพียงแค่160 ระบบเบรกก็ตัดการทำงาน เพราะน้ำมันเบรกหมดคุณสมบัติในการส่งผ่านแรงดัน จานเบรกที่เกิดรอยแตกขนาดยาวกำลังจะแยกตัวหลุดออกเป็นชิ้นๆ ส่วนผ้าเบรกนั้นหลุดรุ่ยเป็นขุยหายไปหมดแล้วเหลือแต่เปลือกนอกด้านที่ติดกับคาลิเปอร์เท่านั้น
   ผู้ขับแม้จะตกใจแต่ยังดูจะมีสติดี ทำอะไรไม่ได้มากนอกเสียจากปล่อยให้รถมีความเร็วน้อยลง ขณะนี้รถกำลังอยู่กลางโค้ง แต่สถานการณ์ข้างหน้าดูจะยิ่งแย่เสียยิ่งกว่า เพราะมองไปก็เห็นแต่ไฟท้ายสีแดงของรถขนส่งและรถโดยสารจอดเต็มไปหมด กลิ่นเหม็นไหม้ยังไม่จางหาย ลองแตะเบรกดูก็ยังมีอาการเหมือนเดิมคือ 'จม'  
   พอร์ช 911 อาศัยความไวเล็ดลอดท้ายแถวที่จอดอยู่ของรถขนาดใหญ่ไปได้ แต่นิสสัน 300ZX ยังคงไหลอย่างต่อเนื่อง แม้อยากเบรกแทบขาดใจ แต่ทำไม่ได้ ทุกครั้งที่กดแป้นเบรกก็ได้ยินแต่เสียงโลหะเสียดสีกัน แถมความเร็วก็ไม่ได้ลดลงไปสักเท่าไรเลย ไฟท้ายสีแดงสดจำนวนมากที่อยู่ด้านหน้าเริ่มมองชัดเจนมากขึ้นทุกที  
   ผู้ขับต้องลดความเร็วลงให้ได้ หรือไม่ก็ต้องยืดระยะห่างระห่างรถตัวเองกับท้ายรถที่จอดอยู่เป็นจำนวนมากให้ยาวขึ้น ไม่มีช่องทางอื่นให้เล็ดลอดไปไหนเลยแม้แต่น้อย
   ระบบบังคับเลี้ยวยังคงเป็นปกติดี เบรกมือที่ใช้สายเคเบิลสั่งงานยังสามารถใช้ได้ ผู้ขับจะต้องตัดสินใจว่าจะทำอะไรโดยด่วนก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้น
   แต่ผู้ขับดูเหมือนจะใจเย็น ยังคงลองกดแป้นเบรกอยู่หลายครั้ง แม้ว่าอาการตอบสนองของรถยังคงเดิม เหยียบๆ ย่ำๆ อยู่นานจนจานเบรกที่แตกเกิดหลุดกระเด็นออกมาข้างนอก จานเบรกที่บิดเบี้ยวและแตกมีรอยคมบาดและเฉือนตัวคาลิเปอร์จนสึกไปถึงลูกสูบด้านใน ทำให้น้ำมันเบรกทะลักออกจากระบบทั้งหมด
   แป้นเบรกจมค้างสนิทกับพื้นรถไม่ยอมเด้งขึ้นทำให้ผู้ขับตกใจมากยิ่งขึ้น ไหนยังจะลนลานกับรถขนาดใหญ่ที่จอดเรียงแถวอยู่ด้านหน้าอีกหลายคัน ไม่มีเวลามากพอสำหรับความเร็วที่ยังเกิน 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง อีกต่อไปแล้ว ถึงตอนนี้เลือกได้เพียงแค่ว่าจะ 'ชนตรงไหน' เท่านั้น
   ผู้ขับเปิดไฟสูง กดแตร แล้วจึงเลือกพุ่งเข้าชนท้ายรถขนส่งสินค้าคันหนึ่ง
   'โครมมม.. ม .. ม เปรี้ยงง ..ง .ง.'
   ถุงลมนิรภัยทั้ง 2 ใบในรถพองตัวออกทันทีก่อนที่ใบหน้าจะฟาดลงไปบนด้านบนของวงพวงมาลัย แม้จะรู้ตัวผู้ขับจึงเอามือยันพวงมาลัยไว้แล้ว แต่ไม่อาจทานแรงปะทะมหาศาลนั้นได้  การพุ่งเข้าชนแบบไม่เบรกเลยทำให้รถบรรทุกพุ่งไปชนคันหน้าอีกทอดหนึ่งอย่างแรง ถึงแม้ว่าผู้ขับรถใหญ่จะเหยียบเบรกไว้แล้วก็ตามที
   การปะทะที่แรงมากทำให้พวงมาลัยอัดปะทะลำตัวท่อนบนของผู้ขับจนบิดเบี้ยวทั้งวง ถุงลมนิรภัยแตกและหลุดกระเด็นออกมานอกเบ้า เหลือเพียงแต่คอกับแกนพวงมาลัยที่ลักษณะคล้ายหอกทิ่มปักอยู่ที่หน้าอกผู้ขับ  หน้ารถย่นยับยู่ กันชนหน้ามารวมกับแผงคอลโซลหน้าปัดและถูกอัดดันยกตัวขึ้นไปอยู่ติดบนหลังคาตอนหน้า รถมีสภาพไม่ต่างอะไรไปจากกองเศษเหล็ก เครื่องยนต์แตกกระจายไปซุกอยู่ใต้ท้องรถบรรทุก เรือนเกียร์ที่ฉีกขาดสองท่อนมาอยู่แทนที่ตำแหน่งผู้ขับ
กระจกทุกบานแตกละเอียดเกลื่อนกระจาย พื้นรถตรงที่วางเท้าด้านหน้าฉีกขาดเป็นแนวยาว บานประตูย่นยู่จนเสียรูปและดีดเปิดออกอย่างแรง เสา A กับ B อัดบี้รวมกลายเป็นชิ้นเดียวกัน หลังคา พริ้วเป็นลอนก่อนที่จะบิดตัวเป็นรูปคลื่นขนาดใหญ่และเผยอตัวขึ้นที่ด้านหลัง ซุ้มล้อหลังทั้งสองข้างบิดและฉีกขาดจนหลุดรุ่ย ฝาท้ายบิดเบี้ยวจนไฟท้ายแตก แรงปะทะทำให้ท้ายรถลอยสูงขึ้นสัก 2 ฟุต และตกลงพื้นพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกลามมาจากทางด้านหน้า โครงรถแอ่นโค้งขึ้น ชิ้นส่วนทุกอย่างเสียหายหมด จะเหลือก็แต่เพียงแผ่นป้ายทะเบียนหลังที่สภาพยังพอดูได้ว่าเป็นทะเบียนอะไรอยู่เพียงชิ้นเดียว
   ผู้ขับเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
   พอร์ช 911 ขับนำไปไกลมากแล้ว แต่ผู้ขับยังคงมองกระจกส่องหลังหาเพื่อนที่อัดรถด้วยกันมาตลอดทาง ชะเง้อมองผ่านกระจกหลังเท่าไรก็หาไม่เจอ
   แล้วจู่ๆ ก็พบรถนิสสัน 300ZX คันนั้นนำอยู่ข้างหน้า!

*   *   *   *   *   *   *   *   *   *   *

กรุงเทพฯ / พุธ / 6.00 pm.
   'พลอย' โทรนัด 'เคน' เพื่อชวนไปทานอาหารเย็นที่บ้านย่านสุขุมวิท พ่อแม่ของพลอยอยากเลี้ยงขอบคุณที่ช่วยชีวิตลูกสาวคนเดียวเอาไว้ เคนตอบรับอย่างเต็มใจ แต่ขออณุญาติแต่งชุดแบบตามสบายเพราะเพิ่งกลับจากการทดสอบรถ
   แยกจากถนนใหญ่เข้าไปในซอยเล็ก ลัดเลาะแนวรั้วบ้านสลับกับร้านอาหารหรูหรา ไม่นานก็ไปถึงบ้านที่เป็นจุดนัดพบ เคนไปตรงตามเวลานัดหมายคือ 6 โมงเย็น แต่พอถึงหน้าบ้านก็ตกใจกับความใหญ่โตของบ้าน เพ่งมองเลขที่บ้านให้ชัดอีกครั้งก่อนที่จะเปิดประตูลงไปกดกริ่งที่ประตูบานเล็ก
   ประตูรีโมทเปิดเองอัตโนมัติเหมือนมีใครคอยเฝ้ามองผู้มาเยือนจากด้านใน
   "เชิญเข้ามาได้เลยค่ะ" เสียงออกมาจากลำโพงขนาดเล็กที่เป็นระบบสื่อสารวงจรปิด
   เคนขับรถเข้าไปในเขตบ้าน ผ่านเส้นทางคดเคี้ยวที่เป็นเนินหญ้าสำหรับพัทกอล์ฟ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ลานกว้าง จนไปถึงตัวบ้านหลังเล็กอันแรก คนรับใช้เดินมาต้อนรับและนำเคนเข้าไปในห้องโถงที่ต้องเดินผ่านสวนญี่ปุ่นและต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก มีบ้านหลังใหญ่รูปทรงทันสมัยอยู่หลังแนวต้นไม้และบ่อน้ำพุ เคนเหลือบไปเห็นรถสปอร์ต ราคาแพงอีกสองสามคันจอดอยู่ตรงทางเดินริมสวน
   ก้าวแรกที่เหยียบเข้าไปในบ้านก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง 'พลอย' เด็กสาวที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้เมื่อตอนอยู่บนทางด่วน และพบอีกครั้งเมื่อรถยางแตกอยู่ข้างทางในคราบเด็กกะโปโล มาวันนี้อยู่ในชุดสีฟ้าสะอาดตา ผิวกายขาวเนียน ปล่อยผมยาวสลวย กำลังเดินลงมาจากบันได
   "สวัสดีค่ะพี่เคน" พลอยยกมือไหว้สวัสดี
   "สวัสดีครับ" เคนรับไหว้
   พลอยเชิญให้นั่งในห้องรับรองขนาดเล็กที่อยู่ถัดเข้าไปด้านในของตัวบ้าน เป็นห้องนั่งเล่นที่จัดไว้อย่างง่ายๆ โดยใช้เฟอร์นิเจอร์หวายสลับกับโทนสีขาว เป็นห้องที่เรียบแต่ดูดีและสบายตาเคนนั่งลงบนเก้าอี้นั่งขนาดเล็ก และวางเป้ที่สะพายมาด้วยลงบนพื้นข้างๆ ตัว พลอยนั่งบนเก้าอี้ด้านตรงข้าม สักพักก็มีเด็กรับใช้นำน้ำดื่มมาให้
   "หิวหรือยังคะ" พลอยยิ้มถาม
   "ยังหรอกครับผม เพิ่งจะทานรองท้องในรถตอนเดินทางกลับจากสนามแข่งมานี้เองครับ"
   "เด็กกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่น่ะค่ะอีกสักครู่ก็ทานได้แล้ว"
   "คุณพ่อ คุณแม่ อยากรู้จักพี่เคนค่ะ พลอยเล่าให้ฟังว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่รถยางแตกกลางถนนก็ได้พี่เคนมาช่วยอีกครั้ง"
   "ก็เรื่องบังเอิญน่ะครับ เพราะปกติผมก็ไม่ได้เข้าไปสนามแข่งที่ไหนเลยมานานมากแล้ว"
   เด็กรับใช้เดินเข้ามาบอกว่าชุดอาหารเย็นจัดเรียบร้อยแล้ว เคนเดินตามหลังพลอยเดินไปในห้องทานอาหารที่อยู่อีกฟากหนึ่งของตัวบ้าน ต้องเดินผ่านห้องโถงกว้าง และห้องทำงานที่จัดเป็นสัดส่วน
   สำรับอาหารจัดไว้ 4 ที่ บนมุมหนึ่งของโต๊ะนั่งขนาด 12 ที่ แม้อาหารจะเป็นแบบพื้นบ้านธรรมดาแต่ก็ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ผักทุกชิ้นมีการแกะสลักลาย ช้อนส้อมทำจากเงิน ในขณะที่ถ้วยชามทั้งหมดเป็นกระเบื้องเคลือบเนื้อดี
   สักพักที่ทั้งสองคนนั่งลง พ่อแม่ของพลอยก็เดินเข้ามา บรรยากาศในมื้ออาหารวันนั้นเป็นไปอย่างกันเอง พ่อของพลอยเป็นนักธุรกิจที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัวมากนัก ส่วนแม่ก็ดูแลกิจการของทางบ้านตัวเอง บุคลิกและการพูดจาของเคนทำให้พ่อแม่ไว้วางใจเขามากยิ่งขึ้น พลอยเองก็ดูจะรู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน ช่วงเวลาไม่นานนัก จากคนแปลกหน้าก็กลายเป็นคนคุ้นเคย เคนเป็นคนมีจิตใจงดงาม ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ ความเป็นไทยในตัวเคนหลายๆ จุดเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของเขา
   "พ่อฝากน้องให้ดูแลด้วยก็แล้วกัน สะดวกไหมล่ะ พลอยเขาชอบรถแข่ง ถ้าเคนว่างๆ ก็ช่วยสอนน้องหน่อยเถอะ ไม่อยากให้เขาเดินผิดทางเหมือนวัยรุ่นกลุ่มอื่นๆ " พ่อพูดหลังจากรวบช้อนส้อมเข้าที่
   "เออ ดีเหมือนกันนะจ๊ะพ่อ คุณเคนเธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว น่าจะมีอะไรแนะนำลูกพลอยได้มาก" แม่ช่วยเสริม
   พลอยนั่งยิ้ม เคนยกน้ำขึ้นดื่มจนหมดแก้ว แล้วตอบว่า
   "ยินดีครับผม ถ้ามีสิ่งใดที่ผมพอจะช่วยเหลือได้โปรดบอกมาเลยครับ"
   "เย้ ดีจัง ถ้างั้นพี่เคนก็สอนพลอยขับรถแข่งสิคะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงลิงโลดมาก
   "ให้มันได้อย่างนี้สิน่า เอะอะ อะไร ก็ลงที่เรื่องรถแข่งไปหมด" คุณแม่บ่น
   "จะทำหรือจะเล่นอะไรก็ขอให้อยู่ในขอบเขตของความปลอดภัยก็แล้วกัน นอกนั้นพ่อไม่ว่าอะไรลูกหรอกนะ" คุณพ่อเอ่ยก่อนที่จะขอตัวไปเดินเล่นที่สนามหน้าบ้าน
   พ่อกับแม่ปลีกตัวไปนอกห้อง พลอยนั่งคุยกับเคนเรื่องรถสปอร์ตต่างๆ นานา รถประเภทที่ว่านี้มักจะอยู่ในใจของใครหลายคนที่หลงไหลในเรื่องราวของยนตรกรรม ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ล้วนเป็นเรื่องที่ทั้งคู่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พลอยชอบและหลงไหลในความเร็วเป็นหลัก ส่วนเคนจะให้ความสำคัญในเรื่องของเทคโนโลยีและอุปกรณ์ไฮเทคมากกว่า
   สองคนสองวัยแต่ใจตรงกัน เคนชายหนุ่มวัยเบญเพศที่มีประสบการณ์ในเรื่องรถยนต์มาอย่างโชกโชน ส่วนพลอยหญิงสาววัย 17 ปี แม้ดูว่าจะอายุไม่มาก แต่พลอยก็เริ่มขับรถตั้งแต่อายุเพียงแค่ 13 ปีเท่านั้น แถมรถที่เธอขับแต่ละคันมีพลังไม่เคยต่ำกว่า 200 แรงม้า
   "พี่เคนสอนพลอยให้ขับรถเก่งๆ หน่อยสิคะ"
   "น้องพลอยต้องการขับแบบไหนหรือครับ ขับอย่างไรจึงเรียกว่าขับรถเก่ง" เคนยิงคำถามหยั่งเชิง
   คำถามสั้นๆ แต่ทำให้พลอยต้องนิ่งคิดหาคำตอบอยู่นาน จนแล้วจนรอดก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ เพราะพลอยเองก็รู้ดีว่าการขับรถเร็วไม่ได้หมายความว่าขับเก่งแต่อย่างใด การที่ขับรถแรงมากๆ ก็มิใช่ว่าจะเก่งกว่ารถที่อยู่ข้างๆ อีกเช่นกัน หรือการขับเปลี่ยนเลนไปมาแสดงความคล่องแคล่วจนดูน่าหวาดเสียวจะเกิดอุบัติเหตุก็ไม่ได้เกี่ยวกับความเก่งเลยแม้แต่น้อย
แล้วคำว่าเก่งของเคนคืออะไร
   ขับรถเก่งในความหมายของเคนคือต้องขับเช่นไร
   คนแบบไหนที่เคนจะเรียกว่าขับรถเก่ง
   "แล้วมันคืออะไรล่ะคะพี่เคน"

*   *   *   *   *   *   *   *   *   *   *
i drive / i race / i test / I drift
I row / I run / I fun / I ride

ออฟไลน์ Pai_(THE BONG)

  • Amateur Racer
  • *
  • กระทู้: 17
  • Gymkhana Only...! (B1)
    • www.racingweb.net
Re:3. in game
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2003, 05:24:17 PM »
 มัน วู้ยยยย.......   อ่านแล้วอ่านอีกไม่เคยผิดหวัง และยังได้เตือนสติในเรื่องที่ไม่ดีอีก........ :)
รถแรงอาจไม่ได้เปรียบเสมอไป รถเกาะถนนดี ก็ยังไม่สำคัญเท่าทักษะการควบคุม สุดยอดกีฬารถยนต์ที่ลงทุนน้อยที่สุด    


ออฟไลน์ NRZ64

  • Amateur Racer
  • *
  • กระทู้: 1
  • I'm a llama!
Re:3. in game
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 28, 2004, 12:01:18 PM »
มีวิธีที่ทำให้สร้าง Checkpoint ได้ทุกที่หรือเปล่าครับอย่างเช่นสร้างไว้บนแม่น้ำ ในซอย บนสถานที่พิเศษแล้วทำไม่ได้ครับ :-[